ภัยใกล้ตัวจากการนำเข้าส่งออก และกลโกงพัสดุจากต่างประเทศ
ในปัจจุบัน มิจฉาชีพได้นำเรื่องพิธีการศุลกากรและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมาแอบอ้างเพื่อหลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยมักอาศัยความไม่เชี่ยวชาญด้านขั้นตอนนำเข้า-ส่งออกของคนทั่วไป มาสร้างเรื่องราวหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงิน ค่าธรรมเนียม หรือค่าภาษีอากรที่ไม่เป็นความจริง
รูปแบบการหลอกลวงยอดฮิตจากมิจฉาชีพนำเข้าส่งออก
การหลอกลวงที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน มักมาในรูปแบบของ “Romance Scam” หรือการสร้างความสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมิจฉาชีพจะใช้นามสมมติเป็นชาวต่างชาติที่มีโปรไฟล์ดี สร้างความสนิทสนมจนเหยื่อเกิดความไว้วางใจ จากนั้นจะเริ่มกระบวนการหลอกลวงตามสถานการณ์ดังต่อไปนี้
- อ้างว่าส่งของขวัญมูลค่าสูง: มิจฉาชีพจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุ ของขวัญ เงินสด หรือสิ่งของมีค่ามูลค่าสูงมาให้ทางเรือหรือทางอากาศผ่านบริษัทขนส่งต่างประเทศ
- สร้างหลักฐานการจัดส่งปลอม: ส่งภาพถ่ายพัสดุ เอกสารสลิป หรือเอกสาร Air Waybill ปลอมที่ทำขึ้นเอง เพื่อยืนยันว่าสินค้าถูกจัดส่งออกมาแล้ว
- แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หรือบริษัทขนส่ง: มิจฉาชีพอีกคนจะติดต่อกลับมา โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือบริษัทโลจิสติกส์ เพื่อแจ้งว่าพัสดุติดค้างอยู่ที่ด่านศุลกากร
- เรียกร้องให้โอนเงินค่าธรรมเนียม: อ้างว่าต้องชำระค่าภาษีอากร ค่าปรับ ค่าประกันพัสดุ หรือค่าดำเนินการศุลกากรก่อน จึงจะยอมตรวจปล่อยสินค้า
จุดสังเกตสำคัญ วิธีแยกแยะมิจฉาชีพนำเข้าส่งออก
ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปสามารถสังเกตความผิดปกติเพื่อป้องกันตนเองจากการหลอกลวงได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้
1. บัญชีรับโอนเงินเป็นชื่อบุคคลธรรมดา
การชำระภาษีอากรศุลกากรหรือค่าบริการขนส่งของจริง บัญชีปลายทางจะเป็นชื่อของหน่วยงานราชการ (กรมศุลกากร) หรือชื่อบริษัทโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนถูกต้องเท่านั้น หากเป็นบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
2. เอกสารขนส่งมีร่องรอยการตัดต่อ
เอกสารรับรองการส่งสินค้า (Bill of Lading หรือ Air Waybill) จากมิจฉาชีพ มักใช้การตัดแปะโลโก้ ตัวหนังสือไม่สมดุล หรือระบุข้อมูลไม่ตรงกับระบบขนส่งจริง และไม่สามารถนำ Tracking Number ไปตรวจสอบบนเว็บไซต์ทางการของสายการขนส่งได้
3. การติดต่อผ่านช่องทางส่วนตัว
มิจฉาชีพมักใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความส่วนตัว เช่น LINE หรือ WhatsApp ในการทวงถามค่าธรรมเนียม และมักใช้วิธีเร่งรัดเวลา อ้างว่าหากไม่โอนภายในระยะเวลาที่กำหนด สินค้าจะถูกยึดหรือมีความผิดทางกฎหมาย
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและพัสดุต่างประเทศ
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการแอบอ้าง ผู้ประกอบการและประชาชนควรทำความเข้าใจหลักการทำงานที่เป็นมาตรฐานดังนี้
- กรมศุลกากรไม่มีนโยบายให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล: การชำระภาษีศุลกากรพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ จะต้องชำระ ณ ณ ด่านศุลกากร/ไปรษณีย์ หรือผ่านระบบการชำระเงินของหน่วยงานรัฐเท่านั้น
- การส่งพัสดุจริงต้องติดตามสถานะได้: บริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เป็นมาตรฐาน จะมีระบบ Tracking บนหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเสมอ
- การนำเข้าเงินสดจำนวนมากมีข้อจำกัดตามกฎหมาย: การซุกซ่อนเงินสดสกุลต่างประเทศจำนวนมากใส่กล่องพัสดุถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่สามารถดำเนินการผ่านบริษัทขนส่งทั่วไปได้
แนวทางปฏิบัติเมื่อสงสัยว่ากำลังโดนหลอกลวง
หากได้รับการติดต่อแจ้งเรื่องพัสดุติดค้างและต้องโอนเงิน แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
- อย่าเพิ่งโอนเงินทุกกรณี โดยเฉพาะการโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคล
- ขอเลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) และนำไปเช็กบนเว็บไซต์ทางการของบริษัทขนส่งนั้นๆ
- ติดต่อสอบถามข้อมูลกับสายด่วนกรมศุลกากร Call Center 1164 หรือด่านศุลกากรที่อ้างถึงโดยตรง
- หากแน่ใจว่าโดนหลอกลวง ให้เก็บหลักฐานการแชต เอกสาร และเลขบัญชี เพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนพิธีการศุลกากรนำเข้า-ส่งออก หรือต้องการตรวจสอบความถูกต้องในการจัดทำเอกสารขนส่งสินค้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับทีมงาน KTC Global Logistics ได้ที่ โทร 02-286-1967 หรือ LINE: @ktclogistics





