KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

ขนส่งสินค้าทางรถข้ามประเทศแบบ LTL และ FTL

ขนส่งสินค้าทางรถข้ามประเทศ หรือ Cross-Border Trucking เป็นบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคทางบก สามารถจัดได้ทั้งแบบไม่เต็มคัน (LTL) และเต็มคัน (FTL) โดยเลือกเส้นทาง จุดผ่านแดน และประเภทรถให้เหมาะกับสินค้าและปลายทางของแต่ละ Shipment

KTC Global Logistics ช่วยตรวจสอบเส้นทาง ประเภทรถ จุดผ่านแดน รูปแบบการผ่านพิธีการศุลกากร และขอบเขตบริการตั้งแต่ Pickup ไปจนถึง Delivery ตามเงื่อนไขที่ตกลง โดยบริการจริงขึ้นอยู่กับประเทศ ประเภทสินค้า น้ำหนัก Dimensions ด่านที่ใช้ และข้อกำหนดในช่วงเวลานั้น

หากต้องการตรวจสอบราคา สามารถส่งที่อยู่รับและส่งสินค้า Commodity, จำนวน Package, Dimensions, Gross Weight, Cargo Ready Date และ Incoterms ให้ทีมงานตรวจสอบรูปแบบ LTL หรือ FTL รวมถึงเส้นทางและค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้

ต้องการเช็กราคาขนส่งทางรถข้ามประเทศ?

ส่งต้นทาง ปลายทาง และรายละเอียดสินค้าให้ KTC ตรวจสอบเส้นทาง ด่าน ประเภทรถ และรูปแบบ LTL หรือ FTL ที่เหมาะกับ Shipment

ส่งรายละเอียดให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น

บริการขนส่งสินค้าทางรถข้ามประเทศคืออะไร?

เป็นการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยใช้รถเป็นรูปแบบการขนส่งหลัก และผ่านพิธีการศุลกากร ณ ด่านพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับเส้นทาง

บริการสามารถกำหนดขอบเขตตั้งแต่การรับสินค้าจากโรงงานหรือคลังสินค้าในประเทศไทย การขนส่งไปยังด่าน การดำเนินพิธีการส่งออก การประสานงานฝั่งประเทศปลายทาง และ Final Delivery ตาม Incoterms และ Quotation ของ Shipment นั้น

บางเส้นทางสามารถขนส่งต่อเนื่องด้วยรถตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ขณะที่บางเส้นทางอาจต้องเปลี่ยนหัวลาก เปลี่ยนรถ หรือ Transload สินค้าที่บริเวณชายแดน ดังนั้นคำว่า Cross-Border Trucking ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะอยู่บนรถคันเดิมตลอดเส้นทางทุกกรณี

ขนส่งทางรถข้ามประเทศไปประเทศไหนได้บ้าง?

เส้นทางทางบกสามารถตรวจสอบได้สำหรับประเทศในภูมิภาคที่เชื่อมต่อกับประเทศไทยโดยตรงหรือผ่านประเทศทางผ่าน แต่ความพร้อมของแต่ละ Route ต้องตรวจสอบเป็นราย Shipment

เส้นทางที่สามารถสอบถามเพื่อตรวจสอบบริการได้ เช่น

  • ไทย – มาเลเซีย
  • ไทย – สิงคโปร์
  • ไทย – สปป.ลาว
  • ไทย – กัมพูชา
  • ไทย – เวียดนาม
  • ไทย – เมียนมา

สำหรับบางปลายทาง เช่น สิงคโปร์หรือเวียดนาม การขนส่งอาจผ่านประเทศอื่นระหว่างทางและมีขั้นตอน Transit เพิ่มเติม ส่วนเส้นทาง ด่าน ตารางรถ และข้อกำหนดชายแดนอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบ Route ปัจจุบันก่อนยืนยัน Booking

ควรเลือกขนส่งแบบ LTL หรือ FTL?

LTL เหมาะกับ Shipment ปริมาณไม่มากที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถทั้งคัน ส่วน FTL เหมาะกับงานที่มีปริมาณมาก น้ำหนักสูง หรือต้องการใช้รถเฉพาะสำหรับ Shipment นั้น

ขนส่งแบบ LTL

LTL หรือ Less than Truckload เป็นการใช้พื้นที่รถร่วมกับสินค้าของ Shipment อื่น เหมาะกับสินค้าล็อตเล็กที่ไม่จำเป็นต้องเหมารถทั้งคัน

ค่าขนส่งอาจพิจารณาจาก Weight, Volume, CBM, พื้นที่ที่ใช้ หรือ Minimum Charge ตาม Tariff ของแต่ละเส้นทาง รวมถึงลักษณะสินค้าว่าสามารถวางซ้อนหรือ Consolidate ร่วมกับสินค้าอื่นได้หรือไม่

เนื่องจาก LTL อาจมีขั้นตอน Consolidation, Hub หรือการเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างเส้นทาง จึงควรตรวจสอบ Transit Time และ Cut-off ของบริการจริงก่อน Booking

ขนส่งแบบ FTL

FTL หรือ Full Truckload เป็นการจัดรถสำหรับ Shipment โดยเฉพาะ เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก งานหลาย Pallet สินค้าน้ำหนักสูง หรือสินค้าที่ต้องการลดการ Consolidate ร่วมกับงานอื่น

ประเภทรถที่สามารถตรวจสอบตามเส้นทางและข้อกำหนดของงาน เช่น

  • รถ 4 ล้อ
  • รถ 6 ล้อ
  • รถ 10 ล้อ
  • รถเทรลเลอร์
  • รถหัวลากและตู้คอนเทนเนอร์

ไม่ได้หมายความว่ารถทุกประเภทสามารถข้ามพรมแดนได้ทุก Route การเลือกรถต้องตรวจสอบ Payload, Dimensions, ประเภทสินค้า กฎของประเทศที่รถเดินทางผ่าน และวิธีดำเนินงาน ณ จุดผ่านแดนร่วมกัน

LTL หรือ FTL แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

ไม่มีน้ำหนักหรือ CBM ตายตัวที่ทำให้ LTL หรือ FTL ถูกกว่าเสมอ ต้องเปรียบเทียบ Total Cost จาก Shipment จริง

เมื่อสินค้ามีปริมาณเพิ่มขึ้น ค่า LTL ที่คิดตาม Weight หรือ Volume อาจเข้าใกล้ต้นทุนของการเหมารถ FTL ในทางกลับกัน หากมีสินค้าเพียงไม่กี่กล่องหรือไม่กี่ Pallet การใช้พื้นที่ร่วมแบบ LTL อาจเหมาะสมกว่า

ควรเปรียบเทียบเพิ่มเติมเรื่อง Transit Time, จำนวนครั้งที่มีการ Handling, ความจำเป็นในการ Transload และข้อจำกัดของสินค้า ไม่ควรตัดสินจาก Freight Rate เพียงอย่างเดียว

บริการขนส่งทางรถข้ามประเทศของ KTC ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ขอบเขตบริการสามารถจัดตามต้นทาง ปลายทาง Incoterms และข้อกำหนดของ Shipment ตั้งแต่ Pickup ในประเทศไทยจนถึง Delivery ในต่างประเทศตามที่ตกลง

บริการที่สามารถตรวจสอบและประสานงานได้ตามแต่ละเส้นทาง ได้แก่

  • รับสินค้าจากโรงงานหรือคลังสินค้า
  • ตรวจสอบรูปแบบ LTL หรือ FTL
  • เลือกประเภทรถตามน้ำหนักและขนาดสินค้า
  • วางแผน Route และจุดผ่านแดน
  • ดำเนินพิธีการศุลกากรขาออกตามขอบเขตงาน
  • ประสานพิธีการศุลกากรฝั่งประเทศปลายทาง
  • ประสานเอกสารสำหรับการผ่านแดนหรือ Transit ตามกรณี
  • ประสานการเปลี่ยนหัวลาก เปลี่ยนรถ หรือ Transloading หากเส้นทางกำหนด
  • ติดตามสถานะ Shipment ระหว่างการขนส่ง
  • ประสานงานกับตัวแทนในประเทศปลายทาง
  • จัดส่งต่อถึงโรงงาน คลังสินค้า หรือที่อยู่ปลายทางตามขอบเขตที่ตกลง

Duty, Tax, Customs Charges, Border Charges และค่าใช้จ่ายปลายทางไม่ควรถือว่ารวมอยู่ในค่ารถโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบจาก Incoterms และ Quotation ของแต่ละ Shipment

ก่อนขอราคาขนส่งทางรถต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ข้อมูลต้นทาง ปลายทาง Commodity, Dimensions และ Weight เป็นข้อมูลสำคัญในการเลือก Route และประเภทรถ ยิ่งข้อมูลครบตั้งแต่ต้น ยิ่งช่วยลดการแก้ไขราคาเมื่อรายละเอียดงานเปลี่ยนภายหลัง

ควรแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ที่อยู่รับสินค้า หรือ Pick-up Address
  • ที่อยู่จัดส่งปลายทาง หรือ Delivery Address
  • ประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง
  • Commodity หรือรายละเอียดสินค้า
  • HS Code หากทราบ
  • จำนวน Package หรือ Pallet
  • Dimensions ของแต่ละ Package
  • Gross Weight
  • CBM หากคำนวณไว้แล้ว
  • ประเภทบรรจุภัณฑ์ เช่น Carton, Pallet, Wooden Case หรือ Machinery
  • สินค้าสามารถวางซ้อนได้หรือไม่
  • Cargo Ready Date
  • Incoterms เช่น EXW, FCA, DAP หรือ DDP
  • Commercial Invoice และ Packing List หากมีแล้ว

หากมีข้อกำหนดพิเศษ เช่น ต้องใช้รถเฉพาะ ห้าม Transload ต้องควบคุมอุณหภูมิ หรือมีข้อจำกัดเรื่องวันและเวลารับสินค้า ควรแจ้งตั้งแต่ขั้นตอนขอราคา

ขนส่งสินค้าทางบกข้ามประเทศต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

Commercial Invoice และ Packing List เป็นเอกสารหลักที่มักใช้ประกอบ Shipment ส่วนใบขนสินค้าและเอกสารอนุญาตอื่นขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและพิธีการของแต่ละประเทศ

กรมศุลกากรระบุว่าสินค้าทั่วไปที่ส่งออกผ่านเขตแดนทางบกต้องจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนำสินค้าไปยังด่าน และข้อมูลประกอบที่ควรเตรียม ได้แก่ Invoice, Packing List รวมถึงใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตในกรณีสินค้าควบคุม สามารถตรวจสอบรายละเอียดจาก กรมศุลกากร

เอกสารหรือข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่

  • Commercial Invoice
  • Packing List
  • รายละเอียด Shipper และ Consignee
  • รายละเอียด Commodity
  • HS Code หากทราบ
  • Country of Origin หากเกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลรถหรือเอกสารขนส่งตาม Route
  • ใบอนุญาตหรือ Certificate หากสินค้าอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ

เอกสารสำหรับประเทศปลายทางหรือประเทศที่รถผ่านอาจแตกต่างจากฝั่งประเทศไทย จึงต้องตรวจสอบ Importer, Customs Requirements และข้อกำหนดของสินค้าในแต่ละประเทศเพิ่มเติม

สินค้าอะไรต้องตรวจสอบก่อน Booking รถข้ามประเทศ?

สินค้าที่มีข้อกำหนดด้านใบอนุญาต ความปลอดภัย สุขอนามัย หรือการขนส่งเฉพาะควรตรวจสอบก่อนรับสินค้าและก่อนจองรถ

ตัวอย่าง ได้แก่

  • อาหาร อาหารเสริม ยา และเครื่องสำอาง
  • เครื่องมือแพทย์
  • สินค้าเกษตร พืช และผลิตภัณฑ์จากพืช
  • สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  • สารเคมีและสินค้า Dangerous Goods
  • แบตเตอรี่และสินค้าที่มีแบตเตอรี่
  • อุปกรณ์สื่อสารหรือสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ
  • สินค้าที่ต้องมี Import Permit หรือ Export Permit
  • สินค้าที่มีขนาดหรือน้ำหนักเกินข้อจำกัดของรถหรือเส้นทาง

ไม่ควรสรุปว่าสินค้าทุกชิ้นในกลุ่มข้างต้นต้องมีใบอนุญาตเหมือนกัน เพราะต้องตรวจสอบจากประเภทสินค้า HS Code ประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง และวัตถุประสงค์ในการนำเข้าหรือส่งออกเป็นรายกรณี

KTC ให้บริการช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและประสานขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง การอนุมัติใบอนุญาต การตรวจปล่อย หรือการอนุญาตให้นำเข้าและส่งออกเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละประเทศ

ขั้นตอนขนส่งสินค้าทางรถข้ามประเทศเป็นอย่างไร?

ขั้นตอนเริ่มจากตรวจสอบสินค้า Route และเงื่อนไขการผ่านแดน ก่อนเลือกรูปแบบ LTL หรือ FTL และวางแผนรถให้สอดคล้องกับ Customs Clearance ทั้งต้นทางและปลายทาง

  1. ส่งรายละเอียด Shipment — แจ้ง Pick-up, Delivery, Commodity, Packages, Dimensions, Weight และ Cargo Ready Date
  2. ตรวจสอบ Route — พิจารณาด่าน ประเทศที่ต้องผ่าน และรูปแบบการเปลี่ยนถ่ายสินค้าหากมี
  3. เลือกรูปแบบรถ — ตรวจสอบ LTL หรือ FTL และประเภทรถที่เหมาะสม
  4. ตรวจสอบเอกสาร — ตรวจข้อมูลสำหรับ Export, Transit และ Import ตามขอบเขตงาน
  5. เสนอราคา — แจ้งค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายตาม Route และขอบเขตบริการ
  6. ยืนยัน Booking — จัดรถและกำหนดวัน Pickup ตามที่ตกลง
  7. รับสินค้าและดำเนินการส่งออก — ประสาน Pickup และพิธีการที่ฝั่งต้นทาง
  8. ผ่านแดน — ดำเนินขั้นตอน Customs และ Transfer หรือ Transload หากเส้นทางกำหนด
  9. ดำเนินการฝั่งปลายทาง — ประสาน Import Clearance ตามขอบเขตบริการ
  10. จัดส่งถึงปลายทาง — Delivery ไปยังโรงงาน คลังสินค้า หรือสถานที่ที่ตกลงไว้

Transit Time อาจเปลี่ยนแปลงตาม Route, Border Clearance, Customs Inspection, วันหยุด ด่านที่ใช้ สภาพการจราจร และข้อกำหนดของแต่ละประเทศ จึงควรตรวจสอบระยะเวลาจริงก่อน Booking ทุก Shipment

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางรถข้ามประเทศ

LTL และ FTL ต่างกันอย่างไร?

LTL เป็นการใช้พื้นที่รถร่วมกับ Shipment อื่น เหมาะกับสินค้าปริมาณไม่มาก ส่วน FTL เป็นการจัดรถสำหรับ Shipment โดยเฉพาะ เหมาะกับสินค้าที่มีปริมาณมากหรือมีข้อกำหนดด้านการขนส่งเฉพาะ

รถคันเดียววิ่งจากประเทศไทยถึงปลายทางได้เลยหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกเส้นทาง บาง Route สามารถใช้รถวิ่งต่อเนื่องได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง แต่บางเส้นทางอาจต้องเปลี่ยนหัวลาก เปลี่ยนรถ หรือ Transload บริเวณชายแดน จึงต้องตรวจสอบรูปแบบการปฏิบัติงานของ Route ก่อน Booking

ต้องเตรียมเอกสารอะไรสำหรับขนส่งข้ามประเทศ?

โดยทั่วไปควรมี Commercial Invoice และ Packing List พร้อมข้อมูล Shipper, Consignee, Commodity และ HS Code หากทราบ ส่วนใบอนุญาตและเอกสารอื่นขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและกฎของประเทศที่เกี่ยวข้อง

ขอราคาขนส่งทางรถต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?

อย่างน้อยควรแจ้ง Pick-up Address, Delivery Address, Commodity, จำนวน Package, Dimensions, Gross Weight และ Cargo Ready Date รวมถึง Incoterms หากกำหนดไว้แล้ว

ขนส่งจากไทยไปสิงคโปร์หรือเวียดนามได้หรือไม่?

สามารถสอบถามเพื่อตรวจสอบ Route ได้ โดยบางปลายทางต้องมีการ Transit ผ่านประเทศอื่น รวมถึงขั้นตอนด้านศุลกากรและการขนส่งเพิ่มเติม จึงต้องตรวจสอบเส้นทางและเงื่อนไขของ Shipment จริงก่อนยืนยันบริการ

ส่ง Dangerous Goods ทางรถได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า UN Number, Class, ปริมาณ บรรจุภัณฑ์ Route และข้อกำหนดของประเทศที่รถเดินทางผ่าน ควรส่ง MSDS และรายละเอียดสินค้าให้ตรวจสอบก่อน Booking

ขนส่งทางรถใช้เวลากี่วัน?

ขึ้นอยู่กับประเทศ Route จุดผ่านแดน Customs Clearance และรูปแบบ LTL หรือ FTL จึงควรตรวจสอบ Transit Time เป็นราย Shipment แทนการระบุจำนวนวันตายตัว

ขอราคาขนส่งสินค้าทางรถข้ามประเทศ

ส่งต้นทาง ปลายทาง Commodity, จำนวน Package, Dimensions, Gross Weight และ Cargo Ready Date ให้ KTC Global Logistics ตรวจสอบ Route, LTL หรือ FTL, ประเภทรถ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน Booking

ติดต่อ KTC Global Logistics เพื่อขอราคา

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Copyright ©KTC GLOBAL LOGISTICS | All Right Reserved