KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

ประกันภัยขนส่งสินค้าทางเรือ ทางอากาศ และทางบก

ประกันภัยขนส่งสินค้า หรือ Cargo Insurance ช่วยบริหารความเสี่ยงต่อสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือ ทางอากาศ หรือทางบก โดยความคุ้มครองจริงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เส้นทาง ทุนประกัน เงื่อนไขกรมธรรม์ และข้อยกเว้นของบริษัทประกันภัย

KTC Global Logistics ให้บริการประสานการจัดทำประกันภัยสำหรับ Shipment นำเข้าและส่งออก โดยช่วยรวบรวมรายละเอียดสินค้า มูลค่า เส้นทาง และรูปแบบการขนส่ง เพื่อส่งตรวจสอบเงื่อนไขและเบี้ยประกันภัยกับบริษัทประกันภัยหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องก่อนออกกรมธรรม์

หากต้องการตรวจสอบเบื้องต้น สามารถส่ง Commercial Invoice, Packing List, Commodity, มูลค่าสินค้า ประเทศต้นทาง-ปลายทาง และรูปแบบการขนส่งให้ทีมงานตรวจสอบก่อน Booking หรือก่อนสินค้าเริ่มเดินทาง

ต้องการเช็กประกันภัยขนส่งสินค้าสำหรับ Shipment?

ส่งรายละเอียดสินค้า มูลค่า เส้นทาง และรูปแบบการขนส่งให้ KTC ประสานตรวจสอบทุนประกัน เงื่อนไข และเบี้ยประกันภัยเบื้องต้นก่อนสินค้าเดินทาง

ส่งรายละเอียดให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น

ประกันภัยขนส่งสินค้าคืออะไร?

ประกันภัยขนส่งสินค้าเป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายต่อสินค้าที่เอาประกันภัยระหว่างการขนส่ง ตามภัย เงื่อนไข ระยะเวลาคุ้มครอง และข้อยกเว้นที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

การมีประกันภัยไม่ได้หมายความว่าความเสียหายทุกกรณีจะได้รับชดใช้ เพราะต้องพิจารณาสาเหตุของความเสียหาย ขอบเขตความคุ้มครอง ข้อยกเว้น การบรรจุสินค้า และเงื่อนไขอื่นของกรมธรรม์แต่ละฉบับ

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับแบบกรมธรรม์และอัตราเบี้ยสำหรับการประกันภัยการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการขนส่งสินค้าในประเทศ โดยการประกันภัยระหว่างประเทศสามารถใช้ข้อความกรมธรรม์ที่อ้างอิงแนวทางของ IUA และ Lloyd’s Market Association ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้

ทำไมการขนส่งสินค้าควรพิจารณาทำประกันภัย?

เพราะความรับผิดของ Carrier หรือ Freight Forwarder ไม่จำเป็นต้องเท่ากับมูลค่าสินค้าทั้งหมด และเหตุที่ทำให้สินค้าเสียหายบางกรณีอาจเกิดขึ้นระหว่างหลายช่วงของการขนส่ง

Shipment หนึ่งอาจผ่านการรับสินค้าจากโรงงาน การยกขึ้นรถ การเข้า Terminal การโหลดขึ้นเรือหรือเครื่องบิน Transshipment การขนถ่าย และ Final Delivery ซึ่งแต่ละช่วงมีความเสี่ยงแตกต่างกัน

ประกันภัยขนส่งสินค้าจึงเป็นเครื่องมือสำหรับบริหารความเสี่ยงด้านมูลค่าสินค้า แต่ควรพิจารณาควบคู่กับ Packaging, Route, Carrier และวิธี Handling ไม่ใช่ใช้ประกันภัยทดแทนการเตรียมสินค้าให้เหมาะสมกับการขนส่ง

ประกันภัยขนส่งสินค้าครอบคลุมทางเรือ ทางอากาศ และทางบกหรือไม่?

สามารถจัดประกันภัยสำหรับการขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ได้ แต่ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์ที่ออกให้ครอบคลุม Mode of Transport และช่วงการเดินทางที่ต้องการจริงหรือไม่

ประกันภัยขนส่งสินค้าทางเรือ

สามารถใช้กับสินค้า Import หรือ Export ที่ขนส่งด้วย Sea Freight ทั้ง FCL และ LCL ตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยรับประกัน

สิ่งที่เอาประกันโดยทั่วไปคือตัวสินค้าหรือผลประโยชน์ที่เอาประกัน ไม่ควรเข้าใจว่ากรมธรรม์ Cargo Insurance คุ้มครองตัวตู้คอนเทนเนอร์โดยอัตโนมัติ

ประกันภัยขนส่งสินค้าทางอากาศ

สามารถตรวจสอบความคุ้มครองสำหรับ Shipment ที่ขนส่งด้วย Air Freight เช่น Spare Parts, Machinery Parts, Electronics หรือ Commercial Cargo โดยบริษัทประกันภัยจะพิจารณาประเภทสินค้า มูลค่า Route และเงื่อนไขอื่นประกอบ

ประกันภัยขนส่งสินค้าทางบก

สามารถตรวจสอบประกันภัยสำหรับการขนส่งด้วยรถทั้งภายในประเทศและ Cross-Border Trucking ได้ แต่รูปแบบกรมธรรม์และเงื่อนไขอาจแตกต่างจากการประกันภัยสินค้าระหว่างประเทศทางทะเลหรืออากาศ

หาก Shipment มีหลาย Mode เช่น รถจากโรงงาน → เรือ → รถปลายทาง ควรแจ้งเส้นทางตั้งแต่ต้นเพื่อให้ตรวจสอบว่าช่วงการเดินทางที่ต้องการอยู่ภายใต้ความคุ้มครองหรือไม่

Institute Cargo Clauses (A), (B) และ (C) คืออะไร?

Institute Cargo Clauses หรือ ICC เป็นชุดเงื่อนไขที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประกันภัยสินค้าระหว่างประเทศ โดย Clauses (A), (B) และ (C) มีขอบเขตความคุ้มครองแตกต่างกัน

โดยทั่วไป ICC (A) ให้ขอบเขตความคุ้มครองกว้างกว่า ICC (B) และ ICC (C) แต่ไม่ควรเรียกว่า “คุ้มครองทุกความเสี่ยงแบบไม่มีข้อยกเว้น” เพราะแม้ ICC (A) ก็ยังมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา

บริษัทประกันภัยอาจใช้ Institute Cargo Clauses ร่วมกับเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น War, Strikes หรือข้อกำหนดเฉพาะของสินค้าและเส้นทาง จึงควรอ่าน Schedule, Clauses, Endorsement และ Exclusions ของกรมธรรม์ที่ออกจริงก่อน Shipment

สำนักงาน คปภ. มีข้อมูลและเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับ Institute Cargo Clauses รวมถึงหลักเกณฑ์สำหรับกรมธรรม์การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สามารถตรวจสอบได้จาก สำนักงาน คปภ.

ประกันภัยขนส่งสินค้าคุ้มครองอะไรบ้าง?

ต้องตอบจากกรมธรรม์จริง ไม่ควรสรุปจากชื่อประกันเพียงอย่างเดียว เพราะภัยที่คุ้มครองแตกต่างกันตาม Clause และเงื่อนไขที่เลือก

ก่อนออกกรมธรรม์ควรตรวจสอบอย่างน้อยว่า

  • สินค้าที่เอาประกันตรงกับ Commodity จริงหรือไม่
  • จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของความคุ้มครอง
  • Mode of Transport ที่ระบุ
  • ทุนประกัน หรือ Sum Insured
  • Institute Cargo Clauses หรือเงื่อนไขหลักที่ใช้
  • Deductible หรือ Excess หากมี
  • War / Strikes Coverage หากเกี่ยวข้อง
  • ข้อยกเว้นเฉพาะของสินค้า
  • ข้อกำหนดด้าน Packaging
  • ระยะเวลาหรือเงื่อนไขการสิ้นสุดความคุ้มครอง

คำว่า “มีประกัน” จึงยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าความเสียหายกรณีใดจะได้รับชดใช้ ต้องอ่านเงื่อนไขของ Policy หรือ Certificate ที่ออกให้ Shipment นั้นประกอบ

ทุนประกันภัยขนส่งสินค้าคำนวณจากอะไร?

ทุนประกันไม่ได้กำหนดจาก Commercial Invoice เพียงอย่างเดียวในทุกกรณี แต่ต้องเป็นไปตามฐานมูลค่าและเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยรับรองสำหรับ Shipment นั้น

ในงานขนส่งระหว่างประเทศอาจพบการกำหนดทุนโดยอ้างอิงมูลค่าสินค้า Freight และค่าใช้จ่ายหรือส่วนเพิ่มตามเปอร์เซ็นต์ที่ตกลง แต่ไม่ควรนำสูตรใดสูตรหนึ่งมาใช้เป็นมาตรฐานกับทุกกรมธรรม์

ข้อมูลที่ควรส่งเพื่อประเมินทุน ได้แก่

  • Commercial Invoice Value
  • Currency
  • Freight หากเกี่ยวข้องกับฐานทุน
  • Incoterms
  • ประเทศต้นทางและปลายทาง
  • Commodity
  • Mode of Transport
  • รายละเอียดความคุ้มครองที่ต้องการ

ทุนประกันและเบี้ยสุดท้ายเป็นไปตามการพิจารณาและเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยที่รับประกัน ไม่ควรถือว่าเปอร์เซ็นต์ที่เคยใช้กับ Shipment ก่อนหน้าจะใช้กับ Shipment ใหม่ได้โดยอัตโนมัติ

เบี้ยประกันภัยขนส่งสินค้าคำนวณจากอะไร?

เบี้ยประกันภัยพิจารณาจากทุนประกัน ประเภทสินค้า เส้นทาง รูปแบบการขนส่ง ขอบเขตความคุ้มครอง และปัจจัยการรับประกันภัยอื่นของบริษัทประกันภัย

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อ Rate เช่น

  • มูลค่าและ Sum Insured
  • Commodity
  • Packaging
  • ประเทศต้นทางและปลายทาง
  • Sea, Air หรือ Land Transport
  • เส้นทางและ Transshipment
  • ลักษณะ FCL หรือ LCL
  • เงื่อนไขความคุ้มครอง
  • Deductible / Excess
  • ประวัติหรือความเสี่ยงเฉพาะของสินค้าและ Route ตามเกณฑ์ของผู้รับประกัน

ดังนั้นควรส่งรายละเอียด Shipment ให้ตรวจสอบ Rate จริง ไม่ควรประมาณเบี้ยจากมูลค่าสินค้าเพียงตัวเดียว

ก่อนขอประกันภัยต้องส่งข้อมูลอะไรบ้าง?

ควรส่งรายละเอียดสินค้า มูลค่า เส้นทาง และรูปแบบการขนส่งให้ครบก่อนสินค้าเริ่มเดินทาง เพื่อให้ตรวจสอบว่าสามารถรับประกันและออกกรมธรรม์ได้ตามเงื่อนไขหรือไม่

ข้อมูลหรือเอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียม ได้แก่

  • Commercial Invoice
  • Packing List
  • Commodity หรือรายละเอียดสินค้า
  • มูลค่าสินค้าและ Currency
  • จำนวน Package และ Packaging Type
  • Country of Origin
  • สถานที่เริ่มต้นและปลายทางของ Shipment
  • Mode of Transport
  • Vessel / Flight / Truck Information หากมี
  • Bill of Lading หรือ Air Waybill หากออกแล้ว
  • Cargo Ready Date หรือ Estimated Departure Date
  • Incoterms

ในช่วงก่อน Booking อาจยังไม่มี B/L หรือ AWB จึงไม่จำเป็นต้องรอเอกสารดังกล่าวก่อนส่งข้อมูลให้ตรวจสอบ สามารถใช้ Booking, Route และรายละเอียด Shipment ที่มีอยู่เพื่อเริ่มตรวจสอบเบื้องต้นก่อนได้

สินค้าอะไรควรแจ้งก่อนขอประกันภัยเป็นพิเศษ?

สินค้าที่มีความเสี่ยงเฉพาะ มูลค่าสูง แตกหักง่าย เสื่อมสภาพง่าย หรือเป็น Dangerous Goods ควรแจ้งรายละเอียดให้ครบตั้งแต่ก่อนขอ Quote

ตัวอย่างเช่น

  • เครื่องจักรและ Heavy Machinery
  • Electronics และสินค้ามูลค่าสูง
  • สินค้าที่แตกหรือเสียหายง่าย
  • อาหารและสินค้า Perishable
  • สินค้าควบคุมอุณหภูมิ
  • Chemical และ Dangerous Goods
  • Battery
  • สินค้ามือสอง
  • สินค้าที่มี Packaging พิเศษ
  • สินค้า Oversized หรือ Project Cargo

สินค้าในรายการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำประกันไม่ได้ แต่บริษัทประกันภัยอาจขอ Specification, รูปสินค้า, Packaging, Survey หรือกำหนดเงื่อนไขและข้อยกเว้นเพิ่มเติมก่อนรับประกัน

กรมธรรม์เริ่มคุ้มครองตั้งแต่เมื่อใด?

ต้องตรวจสอบจาก Duration Clause และรายละเอียดในกรมธรรม์หรือ Certificate ที่ออกจริง ไม่ควรกำหนดจากวันออก B/L หรือวันเรือออกเพียงอย่างเดียว

กรมธรรม์ Cargo บางรูปแบบสามารถให้ความคุ้มครองเป็นลักษณะ Transit ตั้งแต่สินค้าเริ่มเคลื่อนย้ายจากสถานที่ที่ระบุ และต่อเนื่องตามเส้นทางจนถึงจุดสิ้นสุดที่กำหนด แต่รายละเอียดต้องเป็นไปตาม Clause และเงื่อนไขของกรมธรรม์

ดังนั้นหากต้องการให้ครอบคลุมช่วง Pickup จากโรงงาน หรือ Inland Transport ก่อนเข้า Port/Airport ควรแจ้งต้นทางจริงและเส้นทางทั้งหมดตั้งแต่ตอนขอประกัน ไม่ควรสมมติว่าช่วงดังกล่าวรวมอยู่แล้ว

ควรทำประกันภัยก่อนหรือหลัง Booking?

ควรตรวจสอบเงื่อนไขประกันภัยตั้งแต่ก่อนสินค้าเริ่มเดินทาง โดยเฉพาะ Shipment มูลค่าสูงหรือสินค้าที่มีความเสี่ยงเฉพาะ

สามารถเริ่มขอ Quote ระหว่างเตรียม Booking ได้โดยใช้ Invoice, Packing List และ Route เบื้องต้น จากนั้นจึงอัปเดต Vessel, Flight, B/L หรือ AWB เมื่อข้อมูลพร้อมตามที่บริษัทประกันภัยต้องการ

ไม่ควรรอจนพบว่าสินค้าเสียหายหรือออกเดินทางแล้วจึงขอจัดทำประกันย้อนหลัง เพราะการรับประกันต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการพิจารณาของบริษัทประกันภัย

หากสินค้าเสียหายระหว่างขนส่งควรทำอย่างไร?

ควรเก็บหลักฐานและแจ้งผู้เกี่ยวข้องโดยเร็ว โดยไม่ทิ้งสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือหลักฐานความเสียหายก่อนตรวจสอบข้อกำหนดการ Claim

ขั้นตอนเบื้องต้นที่ควรพิจารณา ได้แก่

  1. ถ่ายภาพสินค้าและ Packaging ก่อนเคลื่อนย้ายหรือแก้ไขเพิ่มเติม
  2. บันทึกลักษณะ จำนวน และขอบเขตความเสียหาย
  3. เก็บ Carton, Pallet, Wooden Case หรือ Packaging ที่เกี่ยวข้อง
  4. แจ้ง Carrier, Forwarder และบริษัทประกันภัยหรือผู้ประสานงานโดยเร็ว
  5. เก็บ Commercial Invoice, Packing List, B/L หรือ AWB และเอกสาร Delivery
  6. หากมี Damage Remark หรือ Exception ในขั้นตอนรับสินค้า ให้เก็บหลักฐานไว้
  7. ดำเนินการ Survey หากบริษัทประกันภัยกำหนด
  8. จัดเตรียมเอกสาร Claim ตามรายการที่ผู้รับประกันร้องขอ

ระยะเวลาและขั้นตอนแจ้ง Claim อาจกำหนดไว้ในกรมธรรม์หรือเอกสารของผู้รับประกัน จึงควรตรวจสอบทันทีเมื่อพบความเสียหาย ไม่ควรรอจนรวบรวมข้อมูลทุกอย่างครบแล้วจึงเริ่มแจ้งเหตุ

KTC ให้บริการด้านประกันภัยขนส่งสินค้าอย่างไร?

KTC ทำหน้าที่ช่วยประสานข้อมูล Shipment และการจัดทำประกันภัยตามบริการที่ตกลง แต่บริษัทประกันภัยเป็นผู้พิจารณารับประกัน กำหนดเงื่อนไข เบี้ย และออกกรมธรรม์ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท

ขอบเขตบริการสามารถประกอบด้วย

  • รวบรวมรายละเอียด Shipment สำหรับขอประกันภัย
  • ประสานตรวจสอบเบี้ยและเงื่อนไขเบื้องต้น
  • ตรวจสอบข้อมูลสินค้าและ Route ก่อนส่งขอประกัน
  • ประสานข้อมูล Sum Insured
  • ประสานการออก Policy หรือ Certificate ตามกรณี
  • แจ้งข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมที่บริษัทประกันภัยต้องการ
  • ช่วยประสานเอกสารเบื้องต้นเมื่อมีเหตุเสียหายตามขอบเขตบริการ

ความคุ้มครอง การพิจารณารับประกัน และการชดใช้ค่าสินไหมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และการพิจารณาของบริษัทประกันภัย ไม่ใช่การรับรองผลโดย KTC Global Logistics

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยขนส่งสินค้า

อัตราเบี้ยประกันภัยขนส่งสินค้าคำนวณจากอะไร?

ขึ้นอยู่กับทุนประกัน Commodity, Route, Mode of Transport, Packaging และเงื่อนไขความคุ้มครอง รวมถึงหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัย จึงต้องตรวจสอบเป็นราย Shipment

ทุนประกันต้องเป็น Invoice + Freight + 10% เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป แม้รูปแบบดังกล่าวพบได้ในงานขนส่งระหว่างประเทศบางกรณี แต่ทุนที่ใช้จริงต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และการรับประกันของบริษัทประกันภัย ไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุก Shipment

ICC (A) หมายถึงคุ้มครองทุกอย่างหรือไม่?

ไม่ใช่ ICC (A) มีขอบเขตกว้างกว่า ICC (B) และ ICC (C) แต่ยังมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา จึงควรตรวจ Policy Wording และ Endorsement ที่ออกจริง

กรมธรรม์เริ่มคุ้มครองตั้งแต่สินค้าออกจากโรงงานหรือไม่?

อาจครอบคลุมได้หากต้นทางและช่วง Transit นั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ แต่ต้องตรวจ Duration Clause และสถานที่เริ่มต้นที่ระบุไว้ ไม่ควรถือว่าครอบคลุมโดยอัตโนมัติ

สินค้า LCL และ FCL ทำประกันได้เหมือนกันหรือไม่?

สามารถตรวจสอบประกันภัยได้ทั้ง LCL และ FCL แต่บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาประเภทสินค้า Packaging, Route และความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละ Shipment

หาก Carrier ทำสินค้าเสียหาย ยังต้องมี Cargo Insurance หรือไม่?

ความรับผิดของ Carrier และความคุ้มครอง Cargo Insurance เป็นคนละเรื่อง และความรับผิดของ Carrier อาจมีข้อจำกัดตามเงื่อนไขการขนส่งหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรถือว่าการใช้ Carrier เพียงอย่างเดียวทดแทนการประกันมูลค่าสินค้าได้

สินค้าเสียหายต้องแจ้งใครก่อน?

ควรแจ้งผู้เกี่ยวข้องโดยเร็ว ทั้งผู้ขนส่ง Forwarder และผู้ประสานงานประกันภัย พร้อมเก็บหลักฐานสินค้าและ Packaging จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอน Claim ที่บริษัทประกันภัยกำหนด

สามารถทำประกันหลังสินค้าออกเดินทางแล้วได้หรือไม่?

ไม่ควรถือว่าสามารถทำย้อนหลังได้ ต้องแจ้งรายละเอียดและให้บริษัทประกันภัยพิจารณาก่อนตามหลักเกณฑ์ของผู้รับประกัน ทางที่เหมาะสมคือจัดการเรื่องประกันก่อนเริ่ม Transit

ขอราคาประกันภัยขนส่งสินค้า

ส่ง Commercial Invoice, Packing List, Commodity, มูลค่าสินค้า ประเทศต้นทาง-ปลายทาง และรูปแบบการขนส่งให้ KTC Global Logistics ประสานตรวจสอบทุนประกัน เงื่อนไข และเบี้ยประกันภัยสำหรับ Shipment

ติดต่อ KTC Global Logistics เพื่อขอรายละเอียด

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Copyright ©KTC GLOBAL LOGISTICS | All Right Reserved