บริการเดินพิธีการศุลกากร นำเข้าและส่งออก
เอกสารแนะนำบริษัท
เดินพิธีการศุลกากร เป็นบริการสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกที่ต้องดำเนินการยื่นข้อมูลใบขนสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อกรมศุลกากร โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้า พิกัดศุลกากร มูลค่า เอกสารการค้า และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
KTC Global Logistics ให้บริการช่วยตรวจสอบข้อมูลและเอกสารเบื้องต้น จัดเตรียมข้อมูลสำหรับใบขนสินค้าขาเข้าและขาออก และประสาน Customs Clearance สำหรับ Shipment ทางเรือ ทางอากาศ และทางบกตามขอบเขตงานที่ตกลง
หากต้องการตรวจสอบก่อน Shipment สามารถส่ง Commercial Invoice, Packing List, B/L หรือ AWB หากมี พร้อมรายละเอียดสินค้า รูปภาพ Catalog, HS Code ที่ใช้อยู่ และข้อมูลสิทธิหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้นได้
ต้องการให้ตรวจสอบงานพิธีการศุลกากรก่อน Shipment?
ส่ง Invoice, Packing List รายละเอียดสินค้า และ Shipping Document ที่มีอยู่ให้ KTC ตรวจสอบข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับ Customs Clearance เบื้องต้น
บริการเดินพิธีการศุลกากรคืออะไร?
คือบริการจัดเตรียมและส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพิธีการนำเข้าหรือส่งออก พร้อมประสานขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้าตามระบบและหลักเกณฑ์ของกรมศุลกากร
กรมศุลกากรใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการรับข้อมูลใบขนสินค้า โดยตัวอย่างเช่น การนำเข้าทางอากาศใช้กระบวนการ e-Import ซึ่งผู้นำเข้าหรือตัวแทนสามารถจัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบของกรมศุลกากร
สำหรับการส่งออก การจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาออกและข้อมูลประกอบก็ต้องดำเนินการตามรูปแบบและมาตรฐานของกรมศุลกากร รวมถึงตรวจสอบใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตหากเป็นสินค้าควบคุม
บริการพิธีการศุลกากรของ KTC ครอบคลุมอะไรบ้าง?
KTC สามารถช่วยตรวจสอบเอกสาร จัดเตรียมข้อมูลใบขน และประสานขั้นตอน Customs Clearance ตามประเภท Shipment และขอบเขตที่ตกลง
- ตรวจ Commercial Invoice และ Packing List เบื้องต้น
- ตรวจข้อมูล Bill of Lading หรือ Air Waybill
- ตรวจรายละเอียด Commodity และข้อมูลสินค้า
- ตรวจ HS Code ที่ลูกค้าหรือ Supplier มีอยู่เบื้องต้น
- จัดเตรียมข้อมูลสำหรับใบขนสินค้าขาเข้า
- จัดเตรียมข้อมูลสำหรับใบขนสินค้าขาออก
- ประสานการส่งข้อมูลผ่านระบบศุลกากรตามขั้นตอน
- ประสานการชำระ Duty, Tax และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตงาน
- ประสานการตรวจปล่อยสินค้า
- ประสานกรณีสินค้าได้รับคำสั่งให้ตรวจเพิ่มเติมตามขั้นตอน
- ตรวจข้อมูลสิทธิพิเศษทางภาษีและ Certificate of Origin เบื้องต้น
- ตรวจสอบว่ามีหน่วยงานอื่นหรือใบอนุญาตที่อาจเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือไม่
- ประสานแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลเมื่อพบข้อไม่สอดคล้องตามขั้นตอนที่สามารถดำเนินการได้
ขอบเขตงานจริงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ด่าน ช่องทางการขนส่ง สถานะผู้นำเข้า-ส่งออก และ Quotation ของแต่ละ Shipment
เดินพิธีการศุลกากรต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
Commercial Invoice และ Packing List เป็นเอกสารสำคัญที่มักใช้ประกอบพิธีการ ส่วน Transport Document, Certificate และใบอนุญาตเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับ Shipment และประเภทสินค้า
ข้อมูลหรือเอกสารที่ควรเตรียม เช่น
- Commercial Invoice
- Packing List
- Bill of Lading สำหรับ Sea Freight
- Air Waybill สำหรับ Air Freight
- เอกสารการขนส่งทางบกตาม Route ที่เกี่ยวข้อง
- ชื่อและที่อยู่ Shipper
- ชื่อและข้อมูล Importer หรือ Exporter
- รายละเอียดสินค้า
- HS Code หากมี
- Country of Origin
- รูปภาพสินค้า
- Catalog, Specification หรือ Technical Data หากจำเป็นต่อการพิจารณาสินค้า
- Certificate of Origin หากต้องการใช้สิทธิและเข้าเงื่อนไข
- Import / Export Permit หรือ Certificate สำหรับสินค้าควบคุมตามกรณี
รายการเอกสารจริงอาจแตกต่างตาม Sea, Air หรือ Land Transport รวมถึงประเภทใบขนและข้อกำหนดของสินค้า จึงควรตรวจสอบเป็นราย Shipment
พิกัดศุลกากร หรือ HS Code สำคัญอย่างไร?
HS Code มีผลต่ออัตราอากร มาตรการทางการค้า สถิติ และการตรวจสอบว่าสินค้าอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานใด จึงไม่ควรเลือกพิกัดจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว
การพิจารณาพิกัดควรมีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ ส่วนประกอบ หน้าที่การใช้งาน วิธีการทำงาน และ Specification ของสินค้า ในบางกรณีรูปภาพหรือ Catalog เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
KTC สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลและพิกัดที่ใช้อยู่เบื้องต้นเพื่อประกอบการดำเนินงาน แต่หากมีประเด็นที่ต้องการความชัดเจนทางกฎหมาย ผู้ประกอบการควรพิจารณากระบวนการวินิจฉัยหรือบริการจำแนกประเภทพิกัดของกรมศุลกากรตามกรณี
กรมศุลกากรมี Integrated Tariff Database สำหรับค้นหาพิกัด อัตราอากร และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลในฐานดังกล่าวใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกเบื้องต้น และการใช้กฎหมายต้องอ้างอิงประกาศที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก
อากรและภาษีนำเข้าคำนวณจากอะไร?
การประเมินค่าอากรไม่สามารถดูจากชื่อสินค้าหรือราคา Invoice เพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาพิกัดศุลกากร มูลค่าศุลกากร ประเทศต้นกำเนิด และสิทธิหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น
Shipment บางรายการอาจมีอัตราอากรทั่วไป ขณะที่บางรายการอาจสามารถใช้สิทธิพิเศษภายใต้ความตกลงทางการค้าได้หากผ่าน Rules of Origin และมีหลักฐานตามที่กำหนด
นอกจากนี้สินค้าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้มาตรการทางการค้า เช่น Anti-dumping หรือมาตรการอื่น ทำให้ต้นทุนภาษีและเงื่อนไขนำเข้าแตกต่างจากการดูอัตราอากรทั่วไปเพียงอย่างเดียว
Certificate of Origin จำเป็นต้องใช้ทุก Shipment หรือไม่?
ไม่จำเป็นทุก Shipment การต้องใช้ Certificate of Origin ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ประเทศคู่ค้า ความตกลงทางการค้า และข้อกำหนดของผู้นำเข้าหรือหน่วยงานปลายทาง
กรณีต้องการใช้สิทธิอัตราอากรพิเศษภายใต้ FTA ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้ามีถิ่นกำเนิดตาม Rules of Origin ของความตกลงนั้นหรือไม่ และต้องใช้หลักฐานถิ่นกำเนิดรูปแบบใด
กรมการค้าต่างประเทศมีระบบให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหลายประเภท เช่น Form D และ Form ภายใต้ความตกลงต่าง ๆ โดยระบบและรูปแบบที่ใช้แตกต่างกันตามความตกลงและประเทศปลายทาง
สินค้าที่มีมาตรการ Anti-dumping ต้องตรวจสอบอะไร?
หากสินค้าตรงกับรายการที่ประเทศไทยมีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้า พิกัด Country of Origin ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก และประกาศที่มีผลใช้กับสินค้านั้น
การเห็นเพียง HS Code เดียวกันยังไม่ควรใช้สรุปว่าต้องเสียอากร Anti-dumping ทันที เพราะประกาศของแต่ละมาตรการอาจระบุ Specification ประเทศ ผู้ผลิต อัตรา และข้อยกเว้นแตกต่างกัน
หากสินค้ามีความเสี่ยงเข้าข่ายมาตรการดังกล่าว ควรตรวจสอบกับฐานข้อมูลและประกาศของกรมการค้าต่างประเทศก่อนยืนยัน Landed Cost หรือให้ Supplier ส่งสินค้า
สินค้าอะไรต้องตรวจสอบใบอนุญาตก่อนเดินพิธีการศุลกากร?
สินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายของหน่วยงานอื่นอาจต้องมี License, Permit, Registration หรือ Certificate ก่อนการนำเข้าหรือส่งออกตามประเภทสินค้า
- อาหาร อาหารเสริม ยา และเครื่องสำอาง
- เครื่องมือแพทย์
- ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่อาจอยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับ
- เครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์ที่อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ
- สารเคมีและวัตถุอันตราย
- สินค้าเกษตร พืช และผลิตภัณฑ์จากพืช
- สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- สินค้าที่มีมาตรการ Anti-dumping หรือมาตรการทางการค้าอื่น
- สินค้าที่ต้องมี Import Permit หรือ Export Permit ตามกฎหมายเฉพาะ
ไม่ควรสรุปว่าสินค้าทุกชนิดในกลุ่มข้างต้นต้องใช้ใบอนุญาตแบบเดียวกัน การตรวจสอบต้องอาศัย Commodity, Specification, HS Code, Country of Origin และวัตถุประสงค์ในการนำเข้าหรือส่งออกเป็นรายกรณี
สินค้าถูกสั่งตรวจหมายความว่ามีปัญหาหรือไม่?
ไม่จำเป็น การได้รับคำสั่งให้เปิดตรวจหรือตรวจสอบเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการควบคุมทางศุลกากร และไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกกระทำผิด
กรณีได้รับคำสั่งตรวจ เจ้าหน้าที่อาจตรวจเอกสาร พิกัด ราคา ปริมาณ หรือสินค้าจริงตามเงื่อนไขของระบบและด่านที่เกี่ยวข้อง หากข้อมูลหรือของจริงไม่ตรงกับที่สำแดง อาจต้องมีการชี้แจง แก้ไข หรือดำเนินการเพิ่มเติมตามกรณี
จึงควรตรวจ Invoice, Packing List, Product Description, Quantity, Weight, HS Code และ Permit ก่อนยื่นใบขน เพื่อให้ข้อมูลที่สำแดงสอดคล้องกับสินค้าจริงมากที่สุด
หากข้อมูลในใบขนผิดสามารถแก้ไขได้หรือไม่?
บางกรณีสามารถดำเนินการแก้ไขข้อมูลได้ แต่ขั้นตอนขึ้นอยู่กับรายการที่ผิด สถานะของใบขน การตรวจปล่อย และข้อเท็จจริงของ Shipment
ไม่ควรแก้เอกสารต้นทางหรือเปลี่ยนรายละเอียดสินค้าเพียงเพื่อให้ตรงกับใบขนที่ยื่นผิด หากพบความไม่สอดคล้องควรแจ้งทีมงานทันทีและตรวจสอบวิธีดำเนินการที่ถูกต้องตามสถานะของงาน
กรณีมีผลต่อพิกัด มูลค่า อากร ใบอนุญาต หรือสิทธิทางภาษี อาจต้องใช้เอกสารและขั้นตอนเพิ่มเติม จึงไม่สามารถรับรองได้ว่าจะสามารถแก้ไขได้ทันทีทุกกรณี
ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกครั้งแรกต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติม?
ควรตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนกับกรมศุลกากรก่อน Shipment แรก รวมถึงตรวจสินค้าว่ามีใบอนุญาตหรือเงื่อนไขเฉพาะหรือไม่
สิ่งที่ควรตรวจตั้งแต่ต้น ได้แก่ สถานะผู้นำเข้า-ส่งออก รายละเอียดสินค้า HS Code เบื้องต้น Duty / Tax, Incoterms, Shipping Documents และ License ที่อาจเกี่ยวข้อง
หากไม่เคยนำเข้าหรือส่งออกมาก่อน ไม่ควรรอจนสินค้าถึงท่าเรือหรือสนามบินแล้วจึงเริ่มตรวจสอบ เพราะอาจกระทบ Storage, Demurrage, Detention หรือค่าใช้จ่ายอื่นของ Shipment ได้
ขั้นตอนบริการเดินพิธีการศุลกากรเป็นอย่างไร?
ขั้นตอนเริ่มจากตรวจเอกสารและสินค้า ก่อนจัดเตรียมข้อมูลใบขน ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ และประสานการตรวจปล่อยตามสถานะของ Shipment
- รับรายละเอียด Shipment — ตรวจ Invoice, Packing List, Transport Document และ Commodity
- ตรวจข้อมูลสินค้า — ตรวจ HS Code ที่มี Specification, Origin และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจใบอนุญาตและสิทธิ — ตรวจ Permit, Certificate of Origin หรือมาตรการเฉพาะหากเกี่ยวข้อง
- จัดเตรียมข้อมูลใบขน — จัดทำข้อมูลสำหรับใบขนสินค้าขาเข้าหรือขาออกตาม Shipment
- ตรวจข้อมูลก่อนยื่น — ตรวจชื่อสินค้า Quantity, Weight, Value และข้อมูลสำคัญให้สัมพันธ์กับเอกสาร
- ส่งข้อมูลเข้าระบบ — ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามขั้นตอนศุลกากร
- ประสาน Duty / Tax — สำหรับงานนำเข้าหรือกรณีที่มีภาษีอากรตามที่เกี่ยวข้อง
- ประสานการตรวจปล่อย — ดำเนินการตามสถานะและคำสั่งตรวจของระบบหรือเจ้าหน้าที่
- รับ Release — เมื่อผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้วจึงประสานรับหรือส่งสินค้าเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
ระยะเวลาดำเนินการจริงขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูล ช่องทางการขนส่ง ด่าน สถานะการตรวจสินค้า Permit และการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรกำหนดจำนวนวันตายตัวก่อนเห็น Shipment จริง
ค่าบริการพิธีการศุลกากรคำนวณจากอะไร?
ค่าบริการขึ้นอยู่กับประเภท Import หรือ Export, ช่องทาง Sea / Air / Land, ลักษณะสินค้า จำนวนรายการในใบขน เอกสาร และงานเพิ่มเติมที่ต้องประสาน
ค่า Customs Clearance ไม่ใช่รายการเดียวกับ Duty และ Tax และอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น Terminal, Port, Airport, Storage, Inspection, Trucking หรือค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานและผู้ให้บริการอื่นตาม Shipment
ดังนั้นควรส่งเอกสารและรายละเอียดงานเพื่อให้ระบุขอบเขตใน Quotation ชัดเจนว่าเป็นค่าบริการใด และรายการใดเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริงหรืออยู่นอกขอบเขต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินพิธีการศุลกากร
บริการเดินพิธีการศุลกากรใช้เวลากี่วัน?
ไม่มีจำนวนวันที่ใช้ได้กับทุก Shipment ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร สถานะใบขน การตรวจสินค้า ใบอนุญาต และขั้นตอนของด่านที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจจากงานจริงก่อนวาง Schedule
อาหารหรือเครื่องสำอางนำเข้าใช้แค่ใบขนศุลกากรได้หรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพอาจมี Registration, License หรือขั้นตอนของหน่วยงานที่รับผิดชอบเพิ่มเติม ต้องตรวจจากประเภทสินค้าและวัตถุประสงค์การนำเข้าเป็นรายกรณี
Certificate of Origin จำเป็นทุก Shipment หรือไม่?
ไม่จำเป็นทุก Shipment หากต้องการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีหรือประเทศปลายทางกำหนด จึงค่อยตรวจสอบว่าต้องใช้หลักฐานถิ่นกำเนิดประเภทใดและสินค้าผ่าน Rules of Origin หรือไม่
KTC สามารถบอก HS Code ให้ได้หรือไม่?
KTC สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลและพิกัดที่ใช้เบื้องต้นจากรายละเอียดสินค้าได้ แต่การจำแนกพิกัดที่มีข้อโต้แย้งหรือจำเป็นต้องได้รับความชัดเจนทางกฎหมายควรดำเนินการตามช่องทางของกรมศุลกากร
ของถูกเปิดตรวจแปลว่าสำแดงผิดหรือไม่?
ไม่จำเป็น การเปิดตรวจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบของศุลกากรได้ แต่หากพบว่าสินค้าจริง เอกสาร หรือข้อมูลสำแดงไม่ตรงกัน อาจมีขั้นตอนแก้ไขหรือดำเนินการเพิ่มเติมตามกรณี
หากใบขนยื่นผิดสามารถแก้ได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผิดและสถานะของใบขน ควรแจ้งทันทีเมื่อพบข้อผิดพลาดเพื่อประเมินขั้นตอนที่สามารถดำเนินการได้ ไม่ควรปล่อยจนผ่านขั้นตอนต่อไปแล้วโดยไม่ตรวจสอบ
บริษัทเพิ่งเปิดและยังไม่เคยนำเข้า-ส่งออก ต้องทำอะไรก่อน?
ควรตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนกับกรมศุลกากร รายละเอียดสินค้า HS Code, Duty / Tax และใบอนุญาตที่อาจเกี่ยวข้องก่อน Shipment แรก
ค่าชิปปิ้งศุลกากรรวม Duty และ Tax หรือไม่?
ไม่ควรถือว่ารวมโดยอัตโนมัติ ค่าบริการ Customs Clearance, Duty, Tax และค่าใช้จ่ายจากท่าเรือ สนามบินหรือด่านเป็นคนละรายการ ควรตรวจรายละเอียดใน Quotation ของแต่ละ Shipment
ขอราคาบริการเดินพิธีการศุลกากร
ส่ง Commercial Invoice, Packing List, B/L หรือ AWB และรายละเอียดสินค้าให้ KTC Global Logistics ตรวจสอบขอบเขต Customs Clearance เอกสาร และข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนดำเนินการ





