ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ
บริษัท เคทีซี โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับการให้บริการของบริษัท เคทีซี โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “KTC” และใช้ประกอบใบเสนอราคา ใบยืนยันการจอง เอกสารการขนส่ง และข้อตกลงการให้บริการระหว่าง KTC กับลูกค้า เว้นแต่ KTC และลูกค้าจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น
ลูกค้าควรอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ก่อนยืนยันใบเสนอราคา ส่งคำสั่งจอง ส่งมอบสินค้า หรือใช้บริการของ KTC
การที่ลูกค้ายืนยันใบเสนอราคา ส่งคำสั่งจอง ส่งเอกสารหรือข้อมูล ชำระค่าบริการ ส่งมอบสินค้า หรืออนุญาตให้ KTC เริ่มดำเนินงาน ภายหลังจากที่ KTC ได้แจ้งหรืออ้างอิงข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ให้ลูกค้าทราบ ให้ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้เท่าที่กฎหมายอนุญาต
ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดความรับผิดต้องได้รับความตกลงโดยชัดแจ้ง ข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลเมื่อมีหลักฐานการยอมรับของลูกค้าผ่านใบเสนอราคา ใบยืนยันงาน ใบสั่งซื้อ อีเมล ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารการขนส่ง หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
-
คำนิยาม
1.1 “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ว่าจ้าง ขอใช้บริการ ติดต่อประสานงาน หรือมีหน้าที่ชำระค่าบริการแก่ KTC รวมถึงผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า เจ้าของสินค้า ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทน หรือบุคคลอื่นที่มีสิทธิหรือส่วนได้เสียในสินค้า แล้วแต่กรณี
1.2 “ผู้ส่งสินค้า” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ระบุเป็นผู้ส่งสินค้า หรือเป็นผู้ส่งมอบสินค้าให้แก่ KTC หรือผู้ให้บริการช่วง
1.3 “ผู้รับสินค้า” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ระบุเป็นผู้รับสินค้าในเอกสารการขนส่งหรือคำสั่งของลูกค้า
1.4 “สินค้า” หมายถึง สินค้า พัสดุ เอกสาร ตู้สินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือทรัพย์สินใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของ KTC
1.5 “การจัดส่ง” หรือ “Shipment” หมายถึง สินค้าทั้งหมดที่รับดำเนินการภายใต้คำสั่งจอง ใบเสนอราคา ใบตราส่ง ใบรับสินค้า หรือหมายเลขอ้างอิงเดียวกัน ไม่ว่าจะประกอบด้วยสินค้ากี่ชิ้น กี่หีบห่อ กี่พาเลท หรือต้องขนส่งหลายเที่ยวก็ตาม
1.6 “บริการ” หมายถึง บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ การขนส่งทางอากาศ ทางทะเล ทางถนน ทางราง หรือการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การขนส่งแบบ FCL หรือ LCL การดำเนินพิธีการศุลกากร การรับและส่งสินค้า การบรรจุหีบห่อ การจัดเก็บสินค้า การประสานงานประกันภัยสินค้า การประสานงานใบอนุญาต และบริการด้านโลจิสติกส์อื่นที่ KTC ตกลงให้บริการ
1.7 “ผู้ให้บริการช่วง” หมายถึง สายการบิน สายเรือ ผู้ขนส่งทางถนน ผู้ขนส่งทางราง ผู้รับจัดการขนส่งร่วม Co-loader ตัวแทนต่างประเทศ นายหน้าศุลกากร ตัวแทนออกของ คลังสินค้า ผู้รับเหมาขนถ่าย ผู้ให้บริการท่าเรือ ท่าอากาศยาน บริษัทประกันภัย และบุคคลภายนอกอื่นที่ KTC แต่งตั้งหรือใช้บริการเพื่อดำเนินงานทั้งหมดหรือบางส่วน
1.8 “ใบเสนอราคา” หมายถึง ใบเสนอราคา อีเมล ข้อความ หรือเอกสารอื่นที่ KTC ใช้แจ้งราคา ขอบเขตบริการ สมมติฐาน และเงื่อนไขเฉพาะของงาน
1.9 “เอกสารการขนส่ง” หมายถึง ใบตราส่งทางทะเล ใบตราส่งทางอากาศ ใบรับสินค้า ใบส่งของ ใบจอง เอกสารการขนส่งทางถนน และเอกสารอื่นที่ออกเกี่ยวกับการจัดส่ง
1.10 “วันทำการ” หมายถึง วันทำการตามปกติของ KTC โดยไม่รวมวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดตามประกาศของ KTC หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
การยอมรับข้อกำหนดและลำดับความสำคัญของเอกสาร
2.1 ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ใช้กับบริการทั้งหมดของ KTC และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบเสนอราคา ใบยืนยันการจอง ใบตราส่ง ใบแจ้งหนี้ ใบรับสินค้า ใบเปิดบัญชีลูกค้า และเอกสารการให้บริการอื่นของ KTC เมื่อเอกสารดังกล่าวมีการอ้างอิงถึงข้อกำหนดฉบับนี้
2.2 การยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้อาจแสดงได้โดยการลงนาม การตอบรับใบเสนอราคาหรือใบยืนยันงาน การตอบรับทางอีเมลหรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ การออกใบสั่งซื้อ การส่งคำสั่งจอง การชำระค่าบริการ การส่งเอกสาร หรือการส่งมอบสินค้าให้ KTC ภายหลังจากที่ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ได้ถูกแจ้งหรืออ้างอิงให้ลูกค้าทราบ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
2.3 หากข้อความในเอกสารขัดแย้งกัน ให้ใช้บังคับตามลำดับดังต่อไปนี้
(1) ข้อตกลงเฉพาะที่ลงนามโดยกรรมการหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจาก KTC
(2) เงื่อนไขเฉพาะที่ระบุในใบเสนอราคาหรือใบยืนยันงาน
(3) ใบตราส่งหรือเอกสารการขนส่งที่เกี่ยวข้อง
(4) ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
(5) เงื่อนไขของผู้ให้บริการช่วง
2.4 เงื่อนไขการจัดซื้อ เงื่อนไขในใบสั่งซื้อ หรือเงื่อนไขอื่นที่ลูกค้าออกฝ่ายเดียวจะไม่มีผลผูกพัน KTC เว้นแต่ KTC จะยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้มีอำนาจ
2.5 การแก้ไขหรือยกเว้นข้อกำหนดใดจะมีผลต่อเมื่อทำเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับอนุมัติจากกรรมการหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจาก KTC เท่านั้น
-
สถานะและขอบเขตการให้บริการของ KTC
3.1 KTC ให้บริการในฐานะผู้รับจัดการขนส่ง ตัวแทน ผู้ประสานงาน หรือตัวกลางในการจัดหาและประสานงานบริการขนส่ง แล้วแต่ลักษณะและขอบเขตของงานแต่ละรายการ เว้นแต่กฎหมายบังคับ เอกสารการขนส่ง หรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรจะกำหนดให้ KTC มีสถานะเป็นอย่างอื่น
3.2 การที่ KTC ออกใบตราส่ง เก็บค่าระวาง หรือประสานงานการขนส่ง ไม่ทำให้ KTC ต้องรับผิดเกินกว่าสถานะและความรับผิดที่กฎหมายหรือเอกสารการขนส่งกำหนด
3.3 KTC มีสิทธิเลือกเส้นทาง วิธีการขนส่ง ผู้ให้บริการช่วง สถานที่เก็บพักสินค้า จุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า และวิธีดำเนินงานตามที่เห็นว่าเหมาะสม เว้นแต่ลูกค้าได้ระบุข้อกำหนดเฉพาะและ KTC ได้ยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษร
3.4 KTC มีสิทธิรวบรวมสินค้าเข้ากับสินค้าของบุคคลอื่น เปลี่ยนถ่ายสินค้า ใช้บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือแบ่งการขนส่งออกเป็นหลายเที่ยว หากเห็นว่าเหมาะสมต่อการดำเนินงาน
3.5 เว้นแต่มีการตกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร KTC ไม่รับประกันเส้นทาง ผู้ให้บริการ เที่ยวบิน เที่ยวเรือ วันออกเดินทาง วันถึงปลายทาง ระยะเวลาขนส่ง หรือการเชื่อมต่อระหว่างเที่ยวขนส่ง
3.6 KTC ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมทางการค้า ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการชำระเงิน ความถูกต้องของสัญญาซื้อขาย หรือความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของคู่ค้าของลูกค้า
3.7 ขอบเขตบริการของ KTC จำกัดเฉพาะรายการที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาหรือได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร งานหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ระบุให้ถือว่าไม่รวมอยู่ในบริการ
-
การแต่งตั้งผู้ให้บริการช่วง
4.1 ลูกค้ายินยอมให้ KTC แต่งตั้งผู้ให้บริการช่วงเพื่อดำเนินบริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากลูกค้าเป็นรายครั้ง
4.2 KTC มีสิทธิเลือกหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการช่วงตามความเหมาะสมของราคา พื้นที่ระวาง ตารางขนส่ง เส้นทาง ความปลอดภัย และข้อจำกัดในการดำเนินงาน
4.3 การให้บริการของผู้ให้บริการช่วงอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไข ใบตราส่ง ข้อจำกัดความรับผิด อนุสัญญาระหว่างประเทศ กฎหมาย หรือระเบียบของผู้ให้บริการช่วงนั้น
4.4 KTC มีสิทธิอ้างสิทธิ ข้อยกเว้น และข้อจำกัดความรับผิดที่ผู้ให้บริการช่วงมีสิทธิอ้างได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต
4.5 KTC ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำ การละเว้น ความผิดพลาด ความล่าช้า การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงบริการของผู้ให้บริการช่วง เว้นแต่ลูกค้าพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดขึ้นโดยตรงจากการที่ KTC จงใจหรือประมาทเลินเล่อในการคัดเลือกหรือออกคำสั่งแก่ผู้ให้บริการช่วงนั้น
4.6 ความรับผิดใดของ KTC ตามข้อ 4.5 ยังคงอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้
-
อำนาจ หน้าที่ และคำรับรองของลูกค้า
5.1 ลูกค้ารับรองว่าตนมีอำนาจโดยชอบในการว่าจ้าง KTC และดำเนินการเกี่ยวกับสินค้า รวมถึงมีอำนาจยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้แทนเจ้าของสินค้า ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า และบุคคลที่มีส่วนได้เสียในสินค้า
5.2 หากลูกค้าไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้า ลูกค้ารับรองว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าของสินค้าให้ดำเนินการและยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้แล้ว
5.3 ลูกค้าต้องให้ข้อมูลและเอกสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และทันเวลาตามที่ KTC ผู้ให้บริการช่วง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องขอ รวมถึงข้อมูลต่อไปนี้
(1) ชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งสินค้าและผู้รับสินค้า
(2) รายละเอียด ชนิด จำนวน น้ำหนัก ขนาด และมูลค่าสินค้า
(3) พิกัดศุลกากร ประเทศกำเนิดสินค้า และวัตถุประสงค์การใช้งาน
(4) เอกสารการค้า ใบอนุญาต หนังสือรับรอง และข้อมูลด้านกฎระเบียบ
(5) ลักษณะอันตราย ข้อกำหนดด้านอุณหภูมิ อายุสินค้า หรือวิธีดูแลเป็นพิเศษ
(6) เงื่อนไขการซื้อขาย Incoterms และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
(7) ข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการขนส่งหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
5.4 ลูกค้ารับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล เอกสาร ลายมือชื่อ ตราประทับ พิกัดศุลกากร มูลค่า แหล่งกำเนิดสินค้า จำนวน น้ำหนัก และรายละเอียดสินค้าทั้งหมดที่ให้แก่ KTC
5.5 หากข้อมูลหรือเอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ล่าช้า หรือมีการเปลี่ยนแปลง ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ภาษีอากร ค่าปรับ ค่าเก็บรักษา ค่าตรวจ ค่ารื้อบรรจุ ค่าแก้ไขเอกสาร ค่าเสียเวลา และความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
5.6 ลูกค้าต้องแจ้ง KTC ทันทีเมื่อทราบว่าข้อมูลหรือเอกสารที่ให้ไว้ไม่ถูกต้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสินค้า เส้นทาง ผู้รับสินค้า หรือข้อกำหนดทางกฎหมาย
5.7 คำสั่งหรือการยืนยันที่ KTC ได้รับทางอีเมล แอปพลิเคชันสนทนา หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์จากบุคคลที่ลูกค้าใช้ติดต่อกับ KTC เป็นประจำ ให้ถือเป็นคำสั่งที่ได้รับอนุญาตจากลูกค้า เว้นแต่ลูกค้าจะแจ้งข้อจำกัดแก่ KTC เป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า
5.8 ลูกค้าต้องตรวจสอบรายละเอียดในใบเสนอราคา Booking Confirmation ร่างใบตราส่ง ใบขนสินค้า และเอกสารอื่นโดยทันที หากลูกค้าไม่คัดค้านภายในเวลาที่ KTC กำหนด ให้ถือว่าลูกค้ายืนยันความถูกต้องของเอกสารดังกล่าวเท่าที่กฎหมายอนุญาต
-
การบรรจุหีบห่อและการติดฉลาก
6.1 ลูกค้าต้องบรรจุสินค้าให้เหมาะสมกับชนิดของสินค้า วิธีการขนส่ง ระยะทาง การยกขน การเรียงซ้อน การเปลี่ยนถ่ายสินค้า และสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง
6.2 ลูกค้าต้องติดฉลาก เครื่องหมาย หมายเลขหีบห่อ คำเตือน และข้อมูลการจัดส่งให้ชัดเจน ถูกต้อง และเป็นไปตามกฎหมาย
6.3 หาก KTC รับสินค้าในสภาพที่บรรจุเรียบร้อย ปิดผนึก หรือบรรจุในตู้สินค้าโดยลูกค้าหรือบุคคลอื่น KTC ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบจำนวน สภาพ น้ำหนัก คุณภาพ หรือสิ่งที่อยู่ภายใน เว้นแต่ KTC ตกลงรับตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร
6.4 KTC ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม ความชำรุดที่มีอยู่เดิม การเรียงสินค้าไม่ถูกต้อง การกระจายน้ำหนักไม่เหมาะสม หรือการปิดผนึกโดยลูกค้าหรือบุคคลอื่น
6.5 หาก KTC เห็นว่าบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม KTC มีสิทธิปฏิเสธ ระงับ หรือจัดให้มีการบรรจุเพิ่มเติม โดยค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงเป็นของลูกค้า
6.6 การที่ KTC รับสินค้าไว้ไม่ถือว่า KTC รับรองว่าบรรจุภัณฑ์เหมาะสมหรือเพียงพอสำหรับการขนส่ง
-
สินค้าอันตราย สินค้าควบคุม และสินค้าต้องห้าม
7.1 ลูกค้าต้องไม่ส่งมอบสินค้าอันตราย สินค้าควบคุม หรือสินค้าที่ต้องมีการดูแลเป็นพิเศษให้ KTC โดยไม่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าและไม่ได้รับการยืนยันรับงานจาก KTC
7.2 สินค้าตามข้อ 7.1 รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ
(1) วัตถุระเบิด สารไวไฟ สารเคมี ก๊าซ และวัตถุอันตราย
(2) แบตเตอรี่ลิเทียม แม่เหล็ก สารกัมมันตรังสี หรือสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด Dangerous Goods
(3) อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(4) สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตหรือมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงาน กสทช. กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ หรือหน่วยงานอื่น
(5) สินค้าเน่าเสียง่าย สินค้าควบคุมอุณหภูมิ สิ่งมีชีวิต พืช หรือสัตว์
(6) เงินสด ตราสารผู้ถือ ทองคำ อัญมณี โลหะมีค่า งานศิลปะ หรือสินค้ามูลค่าสูง
(7) อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ยุทโธปกรณ์ และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
(8) สารเสพติด วัตถุลามก สินค้าปลอม สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือของที่ผิดกฎหมาย
(9) ของเสีย วัตถุใช้แล้ว เครื่องจักรใช้แล้ว หรือสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม
(10) สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร การควบคุมการส่งออก หรือข้อห้ามทางการค้า
7.3 ลูกค้าต้องแจ้งชื่อทางเทคนิค ประเภทความเป็นอันตราย UN Number เอกสาร Safety Data Sheet วิธีบรรจุ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
7.4 การแจ้งเพียงชื่อทางการค้าหรือคำว่า “General Cargo” ไม่ถือเป็นการสำแดงลักษณะของสินค้าอย่างครบถ้วน
7.5 หากลูกค้าปกปิด แจ้งไม่ครบถ้วน หรือแจ้งข้อมูลผิด KTC มีสิทธิปฏิเสธ ระงับ ขนถ่าย เก็บรักษา ส่งคืน ทำลาย หรือดำเนินการอื่นตามที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่ต้องรับผิดต่อลูกค้า เว้นแต่กฎหมายบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
7.6 ลูกค้าต้องชดใช้ค่าใช้จ่าย ความเสียหาย ค่าปรับ การเรียกร้อง และความรับผิดทั้งหมดที่เกิดจากสินค้าที่ลูกค้าปกปิดหรือสำแดงไม่ถูกต้อง
-
การตรวจสอบสินค้า
8.1 KTC และผู้ให้บริการช่วงมีสิทธิ แต่ไม่มีหน้าที่ ในการเปิด ตรวจ สแกน ชั่ง วัด ถ่ายภาพ ทดสอบ หรือสุ่มตรวจสินค้า เมื่อมีเหตุอันสมควร เพื่อความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือข้อกำหนดของผู้ให้บริการช่วง
8.2 การที่ KTC หรือผู้ให้บริการช่วงไม่ได้ตรวจสอบสินค้า ไม่ถือว่า KTC รับรองความถูกต้องของรายละเอียดสินค้า สภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือเอกสารของลูกค้า
8.3 ค่าใช้จ่ายจากการตรวจ การเปิดหีบห่อ การบรรจุกลับ การเคลื่อนย้าย การเก็บรักษา หรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ ให้เป็นภาระของลูกค้า เว้นแต่เกิดจากความผิดของ KTC โดยตรง
8.4 หากผลการตรวจพบว่าสินค้าไม่ตรงกับข้อมูลที่ลูกค้าแจ้ง KTC มีสิทธิแก้ไขเอกสาร ปรับราคา ระงับงาน หรือดำเนินการตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการช่วงหรือหน่วยงานรัฐ โดยค่าใช้จ่ายเป็นของลูกค้า
-
พิธีการศุลกากรและใบอนุญาต
9.1 เมื่อลูกค้าว่าจ้างให้ KTC ดำเนินพิธีการศุลกากร ลูกค้าตกลงแต่งตั้ง KTC หรือตัวแทนออกของที่ KTC จัดหาให้เป็นผู้ดำเนินการตามขอบเขตแห่งหนังสือมอบอำนาจและตามที่กฎหมายอนุญาต
9.2 ลูกค้าต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจ ลงทะเบียน หรือดำเนินการอื่นที่จำเป็นต่อการให้ KTC หรือตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากร
9.3 KTC จะดำเนินพิธีการศุลกากรโดยอาศัยข้อมูล เอกสาร พิกัดศุลกากร มูลค่า ประเทศกำเนิดสินค้า และคำชี้แจงที่ลูกค้าหรือเจ้าของสินค้าให้ไว้
9.4 ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลที่ใช้ในการสำแดงต่อกรมศุลกากรและหน่วยงานอื่น แม้ KTC จะให้คำแนะนำ ช่วยตรวจสอบ หรือช่วยจัดเตรียมเอกสารก็ตาม
9.5 คำแนะนำเกี่ยวกับพิกัดศุลกากร อัตราอากร ภาษี มาตรการนำเข้าหรือส่งออก และใบอนุญาต เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ถือเป็นการรับรองผลการวินิจฉัยของกรมศุลกากรหรือหน่วยงานรัฐ
9.6 KTC ไม่มีอำนาจรับรองว่าพิกัดศุลกากร อัตราภาษี สิทธิพิเศษทางภาษี หรือเอกสารประกอบจะได้รับการยอมรับจากหน่วยงานรัฐ
9.7 การวินิจฉัย การประเมินราคา การกำหนดพิกัด การเรียกเก็บภาษี หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ให้ถือเป็นที่สุดสำหรับการดำเนินงานนั้น เว้นแต่ลูกค้าจะสั่งให้โต้แย้งหรืออุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษรและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
9.8 ลูกค้าต้องเป็นผู้จัดหาใบอนุญาต หนังสือรับรอง การขึ้นทะเบียน และการอนุมัติที่จำเป็น เว้นแต่ KTC ตกลงรับดำเนินการให้เป็นลายลักษณ์อักษร
9.9 การที่ KTC ตกลงประสานงานใบอนุญาต ไม่ถือว่า KTC รับรองว่าใบอนุญาตจะได้รับอนุมัติ หรือสินค้าจะได้รับการตรวจปล่อยภายในระยะเวลาที่กำหนด
9.10 ภาษี อากร ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ เงินเพิ่ม เงินประกัน ค่าเก็บรักษา และค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานรัฐเรียกเก็บ เป็นภาระของลูกค้า แม้ KTC จะสำรองจ่ายให้ก่อนก็ตาม
9.11 หากหน่วยงานรัฐสั่งตรวจ กัก ยึด ส่งกลับ ทำลาย หรือดำเนินการอื่นกับสินค้า ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและผลกระทบทั้งหมด เว้นแต่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือความประมาทของ KTC โดยตรง
-
การคำนวณค่าบริการ
10.1 ค่าบริการขนส่งทางอากาศอาจคำนวณจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร แล้วแต่น้ำหนักใดสูงกว่า หรือตามเกณฑ์ของสายการบิน
10.2 ค่าบริการขนส่งแบบ LCL อาจคำนวณตามน้ำหนัก ปริมาตร Revenue Ton หรือ Weight/Measurement ตามเกณฑ์ของผู้ให้บริการ
10.3 ค่าบริการขนส่งแบบ FCL อาจคำนวณตามจำนวนและประเภทตู้สินค้า เส้นทาง น้ำหนักสินค้า และข้อกำหนดของสายเรือ
10.4 ค่าบริการขนส่งทางถนนอาจคำนวณตามประเภทรถ ระยะทาง น้ำหนัก ปริมาตร ระยะเวลารอ จุดรับส่ง และข้อจำกัดของสินค้า
10.5 ผลการชั่ง วัด หรือตรวจสอบโดยสายการบิน สายเรือ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน คลังสินค้า หรือผู้ให้บริการช่วง ให้ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าบริการ
10.6 หากข้อมูลน้ำหนัก ขนาด จำนวน หรือรายละเอียดสินค้าที่ลูกค้าแจ้งแตกต่างจากข้อมูลจริง KTC มีสิทธิปรับค่าบริการและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
10.7 น้ำหนักและขนาดที่ระบุในใบเสนอราคาเป็นข้อมูลเบื้องต้นจนกว่าจะได้รับผลชั่งหรือผลวัดจากผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
-
ใบเสนอราคาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
11.1 ใบเสนอราคามีอายุตามที่ระบุในใบเสนอราคา หากไม่ได้ระบุ ให้มีอายุเจ็ดวันนับจากวันที่ออกใบเสนอราคา และขึ้นอยู่กับพื้นที่ระวาง อุปกรณ์ ตารางเดินทาง และการยืนยันจากผู้ให้บริการช่วง
11.2 ราคาที่เสนอคำนวณจากข้อมูลและสมมติฐานที่ลูกค้าให้ไว้ หากข้อมูล ขอบเขตงาน เส้นทาง จำนวนสินค้า น้ำหนัก ขนาด วันรับสินค้า หรือเงื่อนไขอื่นเปลี่ยนแปลง KTC มีสิทธิปรับราคา
11.3 เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ราคาไม่รวมภาษีอากร ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานรัฐ ค่าใบอนุญาต ค่าเก็บรักษา ค่า Demurrage ค่า Detention ค่า Waiting Time ค่า Port Storage ค่า Airport Storage ค่าตรวจสินค้า ค่ารื้อบรรจุ ค่าแก้ไขเอกสาร ค่าใช้จ่ายปลายทาง และค่าใช้จ่ายพิเศษอื่น
11.4 KTC มีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นจริงจากผู้ให้บริการช่วง หน่วยงานรัฐ หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ KTC แม้ค่าใช้จ่ายนั้นจะไม่ได้ระบุไว้ในใบเสนอราคา
11.5 ค่าระวางและค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงจากค่าพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน ภาวะสงคราม ความเสี่ยง เส้นทาง การขาดแคลนอุปกรณ์ การเปลี่ยนตาราง หรือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการกำหนด KTC มีสิทธิปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
11.6 อัตราแลกเปลี่ยนให้ใช้อัตราที่ KTC กำหนด ณ วันที่ออกใบแจ้งหนี้หรือวันที่ชำระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ให้บริการ แล้วแต่กรณี
11.7 เว้นแต่ใบเสนอราคาจะระบุเป็นอย่างอื่น ค่าบริการของ KTC สำหรับพิธีการศุลกากร การขนส่งภายในประเทศ และค่าดำเนินการ DDP เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 แล้ว แต่ไม่รวมภาษีอากรนำเข้า เงินทดรองจ่าย และค่าใช้จ่ายของบุคคลภายนอก
-
การชำระเงิน
12.1 ลูกค้าต้องชำระค่าบริการ ภาษีอากร เงินสำรองจ่าย และค่าใช้จ่ายอื่นภายในกำหนดเวลาที่ระบุในใบแจ้งหนี้
12.2 หากไม่มีการอนุมัติวงเงินเครดิต ลูกค้าต้องชำระเงินก่อน KTC เริ่มงาน ก่อนปล่อยเอกสาร ก่อนส่งมอบสินค้า หรือเมื่อ KTC ร้องขอ
12.3 KTC มีสิทธิเรียกให้ลูกค้าชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือวางเงินประกันก่อนดำเนินงานต่อได้ หากต้นทุนจริงสูงกว่าที่ประมาณการไว้
12.4 ลูกค้าไม่มีสิทธิหักกลบ หักเงิน ระงับการชำระ หรือหักค่าเสียหายจากใบแจ้งหนี้ โดยอ้างข้อเรียกร้องที่ยังไม่ได้รับการยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรจาก KTC เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
12.5 หากลูกค้าผิดนัด KTC มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หรืออัตราสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แล้วแต่อัตราใดต่ำกว่า นับจากวันครบกำหนดจนกว่าจะชำระเสร็จ
12.6 ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าติดตามทวงถาม ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าทนายความ ค่าศาล และค่าใช้จ่ายตามสมควรที่ KTC ใช้ในการเรียกเก็บหนี้เท่าที่กฎหมายอนุญาต
12.7 การที่ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า หรือตัวแทนต่างประเทศตกลงเป็นผู้ชำระค่าบริการ ไม่เป็นการปลดลูกค้าจากความรับผิด หากบุคคลดังกล่าวไม่ชำระเงิน
12.8 การชำระเงินบางส่วนไม่ถือว่า KTC สละสิทธิในการเรียกเก็บยอดคงเหลือหรือค่าใช้จ่ายอื่น
-
เงินสำรองจ่ายและเครดิตแก่บุคคลภายนอก
13.1 KTC ไม่มีหน้าที่สำรองจ่ายค่าระวาง ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นแทนลูกค้า เว้นแต่ KTC ยินยอม
13.2 หาก KTC สำรองจ่าย ลูกค้าต้องชำระคืนทันทีเมื่อ KTC เรียกเก็บ พร้อมค่าธรรมเนียมการสำรองจ่ายหรือค่าใช้จ่ายทางการเงินตามที่แจ้ง
13.3 KTC มีสิทธิขอเงินมัดจำหรือเงินประกันล่วงหน้า หากคาดว่าจะมีภาษีอากรหรือค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
13.4 หากยอดเงินที่ลูกค้าวางไว้ไม่เพียงพอ ลูกค้าต้องชำระส่วนต่างทันทีเมื่อได้รับแจ้ง
13.5 KTC ไม่มีหน้าที่ให้สินเชื่อแก่ผู้รับสินค้า ผู้ส่งสินค้า หรือตัวแทนของลูกค้า เว้นแต่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
-
สิทธิยึดหน่วงและระงับบริการ
14.1 KTC มีสิทธิยึดหน่วงสินค้า เอกสาร ใบตราส่ง เงินคืน หรือทรัพย์สินใดของลูกค้าที่อยู่ในความครอบครองหรือภายใต้การควบคุมของ KTC เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ทั้งหมดที่ลูกค้ามีต่อ KTC ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดจากการจัดส่งเดียวกัน การจัดส่งอื่น หรือบริการอื่น และไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้หลัก ภาษีอากร ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายก็ตาม เท่าที่กฎหมายอนุญาต
14.2 KTC มีสิทธิระงับการจอง การขนส่ง การส่งมอบสินค้า การปล่อยเอกสาร การดำเนินพิธีการศุลกากร หรือบริการอื่น หากลูกค้าค้างชำระ ไม่จัดหาเงินสำรอง ไม่ส่งเอกสาร หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
14.3 ค่าเก็บรักษา ค่าเช่าตู้ ค่าเสียเวลา และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้สิทธิยึดหน่วงหรือระงับบริการ เป็นภาระของลูกค้า
14.4 หากลูกค้าไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรหลังได้รับหนังสือแจ้ง KTC มีสิทธิดำเนินการจำหน่ายสินค้าเท่าที่กฎหมายอนุญาต และนำเงินที่ได้มาหักชำระหนี้ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่าย
14.5 หากเงินจากการจำหน่ายสินค้าไม่เพียงพอ ลูกค้ายังคงต้องรับผิดชอบส่วนที่ขาดอยู่
14.6 การใช้สิทธิยึดหน่วงหรือระงับบริการโดยชอบของ KTC ไม่ถือเป็นการผิดสัญญาหรือเป็นเหตุให้ KTC ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
-
การส่งมอบและสินค้าที่ไม่สามารถส่งมอบได้
15.1 การส่งมอบให้แก่ผู้รับสินค้า บุคคลที่อยู่ ณ สถานที่ส่งมอบ เจ้าหน้าที่คลังสินค้า ผู้รับเหมา หรือตัวแทนของผู้รับสินค้า ให้ถือเป็นการส่งมอบที่สมบูรณ์ หากเป็นไปตามวิธีปฏิบัติปกติของการขนส่งนั้น
15.2 ลูกค้าต้องจัดให้สถานที่รับหรือส่งสินค้ามีทางเข้าออก พื้นที่ อุปกรณ์ และบุคลากรที่เหมาะสมต่อการขนถ่ายสินค้า
15.3 หากไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้เนื่องจากที่อยู่ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถติดต่อผู้รับ ผู้รับปฏิเสธรับสินค้า ผู้รับไม่ชำระภาษีหรือค่าใช้จ่าย ไม่มีใบอนุญาต สถานที่ไม่พร้อม หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ได้เกิดจาก KTC KTC มีสิทธิ
(1) เก็บรักษาสินค้า
(2) ส่งสินค้ากลับ
(3) เปลี่ยนสถานที่ส่งมอบ
(4) ส่งมอบแก่คลังสินค้าหรือบุคคลอื่น
(5) จำหน่าย ทำลาย หรือละทิ้งสินค้าเท่าที่กฎหมายอนุญาต
15.4 การดำเนินการตามข้อ 15.3 ให้กระทำโดยค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของลูกค้า
15.5 สำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย สินค้าอันตราย หรือสินค้าที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย KTC มีสิทธิดำเนินการเร่งด่วนตามที่จำเป็นโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากลูกค้า เท่าที่กฎหมายอนุญาต
15.6 หากลูกค้าหรือผู้รับสินค้ารับมอบสินค้าโดยไม่บันทึกข้อสงวน ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสินค้าได้รับมอบครบถ้วนและอยู่ในสภาพภายนอกเรียบร้อย
-
ตารางการขนส่งและความล่าช้า
16.1 วันและเวลารับสินค้า ออกเดินทาง เปลี่ยนถ่าย ถึงปลายทาง หรือนำส่ง เป็นเพียงการประมาณการ ไม่ถือเป็นการรับประกันหรือข้อผูกพัน เว้นแต่ KTC รับประกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยชัดแจ้ง
16.2 KTC ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากความล่าช้า การเปลี่ยนเที่ยว การยกเลิกเที่ยว Rollover, Blank Sailing, Off-loading, Port Omission การเปลี่ยนเส้นทาง การพลาดเที่ยวต่อ หรือการเปลี่ยนตารางของผู้ให้บริการช่วง เว้นแต่กฎหมายบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
16.3 KTC ไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้าที่เกิดจากหน่วยงานรัฐ สภาพอากาศ ความแออัด การขาดแคลนอุปกรณ์ การตรวจสินค้า ปัญหาด้านเอกสาร ใบอนุญาต หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของ KTC
16.4 หาก KTC ทราบถึงความล่าช้าที่มีนัยสำคัญ KTC จะพยายามแจ้งลูกค้าภายในระยะเวลาอันสมควร แต่การไม่สามารถแจ้งได้ทันทีไม่ทำให้ KTC ต้องรับผิด เว้นแต่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือความประมาทของ KTC โดยตรง
16.5 กำหนดส่งสินค้า วันเปิดโรงงาน วันเริ่มสายการผลิต หรือสัญญาของลูกค้ากับบุคคลภายนอกไม่ถือเป็นเงื่อนไขที่ผูกพัน KTC เว้นแต่ KTC ยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรโดยชัดแจ้ง
-
เหตุสุดวิสัยและเหตุอยู่นอกการควบคุม
17.1 KTC ไม่ถือว่าผิดสัญญาหรือมีความรับผิดจากการไม่สามารถดำเนินงานหรือความล่าช้าที่เกิดจากเหตุอยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของ KTC รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ
(1) ภัยธรรมชาติ อุทกภัย พายุ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือโรคระบาด
(2) สงคราม การก่อการร้าย การจลาจล การคว่ำบาตร หรือความไม่สงบ
(3) การนัดหยุดงาน การขาดแคลนแรงงาน เชื้อเพลิง อุปกรณ์ หรือพื้นที่ระวาง
(4) การปิดท่าเรือ ท่าอากาศยาน ถนน ด่านพรมแดน หรือสถานที่ราชการ
(5) คำสั่ง การตรวจยึด การกักกัน หรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
(6) ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบศุลกากร ระบบสื่อสาร หรือโครงสร้างพื้นฐานขัดข้อง
(7) การกระทำหรือการละเว้นของผู้ให้บริการช่วง
(8) ข้อมูล เอกสาร คำสั่ง หรือการชำระเงินจากลูกค้าล่าช้า
(9) การเปลี่ยนเส้นทางหรือข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
(10) เหตุอื่นใดที่ KTC ไม่สามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้โดยใช้ความระมัดระวังตามสมควร
17.2 KTC มีสิทธิระงับ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการที่ได้รับผลกระทบ และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
17.3 หากเหตุการณ์ตามข้อนี้ดำเนินต่อไป KTC มีสิทธิส่งคืน เก็บรักษา เปลี่ยนเส้นทาง หรือยุติการดำเนินงาน โดยค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงเป็นของลูกค้า
-
ความรับผิดและข้อจำกัดความรับผิดของ KTC
18.1 ภายใต้ข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้ KTC รับผิดเฉพาะความสูญหายหรือความเสียหายโดยตรงที่ลูกค้าพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่อของ KTC ในการปฏิบัติงานตามขอบเขตบริการที่ KTC รับผิดชอบโดยตรง
18.2 KTC ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายสืบเนื่อง ความเสียหายพิเศษ หรือความเสียหายเชิงลงโทษ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ
(1) การสูญเสียกำไร รายได้ ดอกเบี้ย หรือโอกาสทางธุรกิจ
(2) การสูญเสียตลาด ลูกค้า ชื่อเสียง หรือข้อมูล
(3) การหยุดชะงักของกระบวนการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจ
(4) การผิดนัดหรือค่าปรับที่ลูกค้าต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก
(5) ความเสียหายจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือความผันผวนของราคา
(6) ความเสียหายจากการสูญเสียการใช้งานสินค้า
(7) ความเสียหายที่เกิดจากความล่าช้า เว้นแต่กฎหมายบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
18.3 KTC ไม่รับผิดชอบต่อความสูญหาย ความเสียหาย หรือความล่าช้าที่เกิดจากเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ลักษณะตามธรรมชาติ ความชำรุดบกพร่องภายใน หรือการเสื่อมสภาพของสินค้า
(2) การระเหย การหดตัว สนิม เชื้อรา ความชื้น หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
(3) บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม ไม่เพียงพอ หรือชำรุดก่อนที่ KTC จะรับสินค้า
(4) การบรรจุ การจัดเรียง การกระจายน้ำหนัก หรือการปิดผนึกที่ดำเนินการโดยลูกค้าหรือบุคคลอื่น
(5) การกระทำหรือการละเว้นของลูกค้า ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า เจ้าของสินค้า หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว
(6) ข้อมูล เอกสาร พิกัดศุลกากร มูลค่า หรือรายละเอียดสินค้าไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือส่งล่าช้า
(7) การตรวจ การยึด การกักกัน การปฏิเสธการนำเข้าหรือส่งออก หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ
(8) สินค้าอันตราย สินค้าต้องห้าม หรือสินค้าควบคุมที่ไม่ได้แจ้งหรือสำแดงอย่างถูกต้อง
(9) เหตุสุดวิสัยหรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของ KTC
(10) ความเสียหายที่ไม่สามารถตรวจพบได้จากสภาพภายนอกในขณะรับสินค้า
(11) การโจรกรรมหรือการกระทำของบุคคลภายนอกที่ KTC ไม่สามารถป้องกันได้โดยใช้ความระมัดระวังตามสมควร
18.4 KTC ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำ การละเว้น ความผิดพลาด ความล่าช้า การเปลี่ยนเส้นทาง การเปลี่ยนตาราง การยกเลิกบริการ หรือการผิดนัดของสายการบิน สายเรือ ผู้ขนส่งทางถนน ผู้รับจัดการขนส่งร่วม Co-loader ตัวแทนต่างประเทศ นายหน้าศุลกากร คลังสินค้า ผู้รับจ้างช่วง หรือผู้ให้บริการภายนอกอื่น เว้นแต่ลูกค้าพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดขึ้นโดยตรงจากการที่ KTC จงใจหรือประมาทเลินเล่อในการคัดเลือกหรือออกคำสั่งแก่ผู้ให้บริการดังกล่าว
18.5 หากมีกฎหมาย อนุสัญญาระหว่างประเทศ ใบตราส่ง เอกสารการขนส่ง หรือเงื่อนไขของผู้ขนส่งที่ใช้บังคับและกำหนดความรับผิดหรือข้อจำกัดความรับผิดไว้ ให้ใช้ความรับผิดและข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวก่อนข้อกำหนดในข้อนี้
18.6 ในกรณีที่ไม่มีกฎหมายหรืออนุสัญญาที่ใช้บังคับกำหนดวงเงินความรับผิดไว้ ความรับผิดรวมสูงสุดของ KTC ไม่ว่าจะเกิดขึ้นตามสัญญา ละเมิด หรือมูลเหตุอื่นใด ให้จำกัดไม่เกินจำนวนที่ต่ำที่สุดดังต่อไปนี้
(1) มูลค่าความเสียหายโดยตรงที่ลูกค้าพิสูจน์ได้
(2) มูลค่าที่แท้จริงตามใบกำกับสินค้าของสินค้าส่วนที่สูญหายหรือเสียหาย หรือ
(3) จำนวน 2,000 บาทต่อหนึ่งการจัดส่ง
18.7 วงเงินจำนวน 2,000 บาทตามข้อ 18.6 เป็นวงเงินความรับผิดรวมสูงสุดต่อหนึ่งการจัดส่ง ไม่ว่าการจัดส่งนั้นจะประกอบด้วยสินค้ากี่ชิ้น กี่หีบห่อ กี่พาเลท กี่ตู้สินค้า หรือมีข้อเรียกร้องกี่รายการก็ตาม
18.8 ข้อเรียกร้องทั้งหมดที่เกิดจากเหตุเดียวกัน เหตุต่อเนื่องกัน หรือเกี่ยวข้องกับการจัดส่งเดียวกัน ให้ถือเป็นข้อเรียกร้องเดียวและอยู่ภายใต้วงเงินรวมตามข้อ 18.6
18.9 หากความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวสินค้าโดยตรง รวมถึงความผิดพลาดด้านเอกสาร การประสานงาน การจอง การออกเอกสาร การดำเนินพิธีการศุลกากร หรือบริการอื่น ความรับผิดรวมสูงสุดของ KTC ให้จำกัดไม่เกินจำนวนที่ต่ำที่สุดดังต่อไปนี้
(1) มูลค่าความเสียหายโดยตรงที่ลูกค้าพิสูจน์ได้
(2) ค่าบริการสุทธิที่ KTC ได้รับสำหรับบริการส่วนที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือ
(3) จำนวน 2,000 บาทต่อหนึ่งงาน
18.10 ไม่ว่าในกรณีใด ความรับผิดของ KTC จะไม่เกินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และไม่เกินวงเงินที่กำหนดตามข้อ 18.5 ถึงข้อ 18.9
18.11 ลูกค้ารับทราบว่าอัตราค่าบริการของ KTC กำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้
18.12 หากลูกค้าเห็นว่าวงเงินความรับผิดจำนวน 2,000 บาทไม่เพียงพอ ลูกค้าต้องแจ้งมูลค่าสินค้าและขอให้ KTC ประสานงานจัดหาประกันภัยสินค้า หรือขอเพิ่มวงเงินความรับผิดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่ KTC จะรับสินค้า เริ่มดำเนินงาน หรือยืนยันการจอง
18.13 การเพิ่มวงเงินความรับผิดจะมีผลต่อเมื่อ KTC ยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษร และลูกค้าได้ชำระค่าใช้จ่ายหรือเบี้ยประกันเพิ่มเติมครบถ้วนแล้วเท่านั้น
18.14 การที่ลูกค้าไม่ได้ขอจัดทำประกันภัยหรือไม่ได้ขอเพิ่มวงเงินความรับผิดก่อนเริ่มให้บริการ ให้ถือว่าลูกค้ายอมรับความเสี่ยงส่วนที่เกินกว่าวงเงินความรับผิดของ KTC เท่าที่กฎหมายอนุญาต
18.15 ข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดความรับผิดตามข้อกำหนดนี้ไม่ใช้บังคับเฉพาะเท่าที่กฎหมายห้ามมิให้ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิด รวมถึงกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของ KTC
18.16 ลูกค้าไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้ให้บริการช่วงของ KTC เป็นการส่วนตัว และบุคคลดังกล่าวมีสิทธิอ้างข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้ได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต
-
การประกันภัยสินค้า
19.1 KTC จะจัดหาหรือประสานงานประกันภัยสินค้าให้ต่อเมื่อลูกค้าร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ข้อมูลครบถ้วน และชำระเบี้ยประกันก่อนเริ่มความคุ้มครอง
19.2 การให้บริการขนส่งตามปกติไม่รวมการประกันภัยสินค้า เว้นแต่ใบเสนอราคาจะระบุไว้โดยชัดแจ้ง
19.3 KTC ทำหน้าที่เพียงประสานงานการจัดทำประกันภัย ไม่ใช่ผู้รับประกันภัย และไม่รับรองว่าบริษัทประกันภัยจะรับประกันหรือจ่ายค่าสินไหม
19.4 ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น ค่าเสียหายส่วนแรก ขั้นตอน และจำนวนค่าสินไหมให้เป็นไปตามกรมธรรม์และการพิจารณาของบริษัทประกันภัย
19.5 ลูกค้าต้องเปิดเผยชนิดสินค้า มูลค่า บรรจุภัณฑ์ เส้นทาง ประวัติความเสียหาย และข้อมูลอื่นที่บริษัทประกันภัยร้องขออย่างถูกต้อง
19.6 การประกันภัยสินค้าไม่ครอบคลุมความเสียหายทางอ้อมหรือความเสียหายจากความล่าช้า เว้นแต่กรมธรรม์ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
19.7 ลูกค้าต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ดำเนินการลดความเสียหาย เก็บรักษาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ และแจ้งเหตุภายในเวลาที่กำหนด
19.8 การจัดทำประกันภัยสินค้าไม่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงความรับผิดของ KTC ตามข้อกำหนดฉบับนี้
-
การแจ้งและเรียกร้องความเสียหาย
20.1 ลูกค้าต้องตรวจสอบสภาพ จำนวน และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าโดยทันทีเมื่อได้รับมอบ
20.2 ความเสียหายหรือการขาดจำนวนที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ต้องบันทึกข้อสงวนไว้ในเอกสารรับมอบและแจ้ง KTC เป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันรับมอบสินค้า
20.3 ความเสียหายที่ไม่สามารถตรวจพบได้จากภายนอก ต้องแจ้ง KTC เป็นลายลักษณ์อักษรภายในเจ็ดวันนับจากวันที่รับมอบสินค้า
20.4 กรณีสินค้าไม่ส่งมอบหรือสูญหายทั้งหมด ต้องแจ้ง KTC เป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิบสี่วันนับจากวันที่สินค้าควรได้รับการส่งมอบตามสมควร
20.5 กรณีความผิดพลาดด้านเอกสาร พิธีการศุลกากร การประสานงาน หรือบริการอื่น ลูกค้าต้องแจ้ง KTC เป็นลายลักษณ์อักษรภายในเจ็ดวันนับจากวันที่ลูกค้าทราบหรือควรทราบถึงเหตุแห่งข้อเรียกร้อง
20.6 การแจ้งเรียกร้องต้องระบุรายละเอียดความเสียหาย จำนวนเงินที่เรียกร้อง และส่งเอกสารประกอบอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) หนังสือแจ้งข้อเรียกร้อง
(2) ใบกำกับสินค้าและ Packing List
(3) เอกสารการขนส่ง
(4) หลักฐานการรับมอบพร้อมข้อสงวน
(5) ภาพถ่ายสินค้าและบรรจุภัณฑ์
(6) รายงานสำรวจความเสียหาย หากมี
(7) หลักฐานมูลค่าความเสียหาย
(8) เอกสารอื่นที่ KTC ผู้ขนส่ง หรือบริษัทประกันภัยร้องขอ
20.7 ลูกค้าต้องเก็บรักษาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ไว้เพื่อการตรวจสอบ และต้องดำเนินมาตรการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น
20.8 KTC มีสิทธิปฏิเสธความเสียหายในส่วนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากลูกค้าไม่ได้ดำเนินการลดหรือป้องกันความเสียหายตามสมควร
20.9 การรับหนังสือเรียกร้อง การตรวจสอบ หรือการช่วยประสานงานของ KTC ไม่ถือเป็นการยอมรับความรับผิด
20.10 ข้อเรียกร้องหนึ่งการจัดส่งให้มีได้เพียงหนึ่งข้อเรียกร้องรวม ลูกค้าไม่มีสิทธิแบ่งข้อเรียกร้องจากเหตุเดียวกันออกเป็นหลายข้อเรียกร้องเพื่อเพิ่มวงเงินความรับผิด
20.11 การแจ้งและการดำเนินคดีต้องอยู่ภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย อนุสัญญา ใบตราส่ง หรือเงื่อนไขของผู้ขนส่งที่ใช้บังคับ หากมีระยะเวลาที่แตกต่างจากข้อกำหนดนี้ ให้ใช้ระยะเวลาที่กฎหมายหรือเอกสารดังกล่าวกำหนด
20.12 การพ้นกำหนดเวลาแจ้งตามข้อนี้ให้ถือเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าสินค้าได้รับมอบครบถ้วนและอยู่ในสภาพเรียบร้อย เว้นแต่กฎหมายบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
-
การชดใช้ค่าเสียหายแก่ KTC
21.1 ลูกค้าตกลงชดใช้และทำให้ KTC กรรมการ พนักงาน ตัวแทน และผู้ให้บริการช่วงพ้นจากความรับผิด การเรียกร้อง ค่าปรับ ภาษีอากร ค่าใช้จ่าย และความเสียหายที่เกิดจาก
(1) การผิดข้อกำหนดหรือคำรับรองของลูกค้า
(2) ข้อมูลหรือเอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือเป็นเท็จ
(3) การสำแดงสินค้า พิกัด มูลค่า หรือประเทศกำเนิดไม่ถูกต้อง
(4) บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสมหรือการบรรจุสินค้าไม่ปลอดภัย
(5) สินค้าอันตราย สินค้าต้องห้าม หรือสินค้าควบคุมที่ไม่ได้แจ้ง
(6) การละเมิดกฎหมาย สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิของบุคคลอื่น
(7) การเรียกร้องของเจ้าของสินค้า ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า หรือบุคคลภายนอกที่เกินกว่าความรับผิดของ KTC ตามข้อกำหนดนี้
(8) การไม่ชำระภาษีอากร ค่าระวาง หรือค่าใช้จ่ายโดยบุคคลที่ลูกค้ากำหนดให้เป็นผู้ชำระ
(9) การใช้สินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย
21.2 ลูกค้าไม่ต้องชดใช้ในส่วนที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของ KTC
21.3 หน้าที่ชดใช้ตามข้อนี้ยังคงมีผลแม้บริการหรือสัญญาระหว่าง KTC กับลูกค้าจะสิ้นสุดลงแล้ว
-
การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจอง
22.1 การยกเลิก เลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงการจองต้องได้รับการยืนยันจาก KTC
22.2 ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมการยกเลิก ค่าเสียพื้นที่ระวาง ค่า No-show ค่า Dead Freight ค่าคืนตู้ ค่าแก้ไขเอกสาร ค่ารถเปล่า และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้น
22.3 หากมีการยกเลิกเนื่องจากข้อมูล เอกสาร ใบอนุญาต หรือสินค้าของลูกค้าไม่พร้อม ลูกค้ายังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ KTC หรือผู้ให้บริการช่วงได้ดำเนินการไปแล้ว
22.4 KTC มีสิทธิยกเลิกหรือระงับการจอง หากผู้ให้บริการช่วงยกเลิกพื้นที่ระวาง เปลี่ยนตาราง หรือมีเหตุด้านความปลอดภัย กฎหมาย หรือการชำระเงิน โดย KTC ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อมที่เกิดขึ้น
-
การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการคว่ำบาตร
23.1 ลูกค้ารับรองว่าสินค้า คู่สัญญา ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า ธนาคาร ประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย มาตรการคว่ำบาตร การควบคุมการส่งออก การป้องกันการฟอกเงิน หรือกฎหมายต่อต้านการทุจริตที่ใช้บังคับ
23.2 ลูกค้าต้องไม่ใช้บริการของ KTC เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หลบเลี่ยงข้อจำกัดทางการค้า ปกปิดเจ้าของที่แท้จริง หรือดำเนินธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย
23.3 KTC มีสิทธิปฏิเสธ ระงับ หรือยกเลิกบริการ หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการดำเนินงานอาจฝ่าฝืนกฎหมายหรือทำให้ KTC หรือผู้ให้บริการช่วงได้รับความเสี่ยง
23.4 KTC ไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบภายในหรือเหตุผลโดยละเอียด หากการเปิดเผยนั้นอาจฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อกำหนดของธนาคาร หรือข้อกำหนดของผู้ให้บริการช่วง
23.5 ค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดจากการระงับหรือยกเลิกงานตามข้อนี้เป็นภาระของลูกค้า เว้นแต่การระงับหรือยกเลิกเกิดจากความผิดของ KTC โดยตรง
-
ข้อมูลส่วนบุคคลและการเปิดเผยข้อมูล
24.1 ลูกค้ายินยอมให้ KTC เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ให้บริการช่วง บริษัทในเครือ หน่วยงานรัฐ บริษัทประกันภัย ธนาคาร และบุคคลที่จำเป็นต่อการให้บริการ การเรียกเก็บเงิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามฐานทางกฎหมายและขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
24.2 ลูกค้ารับรองว่ามีสิทธิโดยชอบในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ พนักงาน ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า และผู้ติดต่อแก่ KTC และได้แจ้งข้อมูลที่จำเป็นแก่บุคคลดังกล่าวแล้ว
24.3 KTC จะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ KTC
24.4 KTC อาจเปิดเผยข้อมูลการจัดส่งแก่หน่วยงานรัฐ ผู้ให้บริการช่วง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อจำเป็นต่อการขนส่ง ความปลอดภัย การตรวจสอบ การใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
-
การแจ้งและการติดต่อ
25.1 การแจ้งตามข้อกำหนดนี้อาจทำผ่านหนังสือ อีเมล หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่คู่สัญญาใช้ติดต่อกันเป็นปกติ
25.2 การแจ้งทางอีเมลให้ถือว่าได้รับในวันที่ส่ง หากส่งในวันทำการก่อนเวลา 17.00 น. และหากส่งหลังเวลาดังกล่าวให้ถือว่าได้รับในวันทำการถัดไป เว้นแต่ผู้ส่งได้รับข้อความแจ้งว่าไม่สามารถส่งได้
25.3 การแจ้งทางแอปพลิเคชันสนทนาให้ถือว่าได้รับเมื่อระบบแสดงว่าส่งข้อความสำเร็จ เว้นแต่มีหลักฐานว่าไม่สามารถเข้าถึงข้อความนั้นได้
25.4 ลูกค้าต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลผู้ติดต่อแก่ KTC โดยทันที
25.5 หากลูกค้าไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลง การส่งหนังสือหรือข้อความไปยังข้อมูลติดต่อเดิมให้ถือเป็นการแจ้งโดยชอบแล้วเท่าที่กฎหมายอนุญาต
-
การเก็บรักษาเอกสาร
26.1 KTC มีสิทธิเก็บรักษาเอกสารในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้เป็นหลักฐานได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต
26.2 ลูกค้ามีหน้าที่เก็บรักษาเอกสารต้นฉบับที่กฎหมายกำหนด และจัดส่งให้ KTC หรือหน่วยงานรัฐเมื่อได้รับการร้องขอ
26.3 KTC ไม่มีหน้าที่เก็บรักษาเอกสารเกินระยะเวลาที่กฎหมายหรือนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลของ KTC กำหนด
-
การไม่สละสิทธิ
การที่ KTC ไม่ใช้หรือใช้สิทธิล่าช้า ไม่ถือเป็นการสละสิทธิ และการใช้สิทธิครั้งหนึ่งไม่เป็นการตัดสิทธิที่จะใช้สิทธินั้นหรือสิทธิอื่นในภายหลัง
-
การแยกส่วนของข้อกำหนด
หากข้อกำหนดใดเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่สามารถใช้บังคับได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ข้อกำหนดส่วนที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับ และให้ตีความหรือปรับข้อกำหนดส่วนนั้นเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์เดิมและสามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมาย
-
การโอนสิทธิและหน้าที่
29.1 ลูกค้าไม่มีสิทธิโอนสิทธิ หน้าที่ หรือข้อเรียกร้องตามสัญญาให้บุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก KTC
29.2 KTC มีสิทธิโอนหรือมอบหมายสิทธิและหน้าที่ทั้งหมดหรือบางส่วนให้บริษัทในเครือ ผู้สืบสิทธิ หรือผู้ให้บริการช่วงได้ตามความจำเป็นในการดำเนินงานและเท่าที่กฎหมายอนุญาต
-
การบอกเลิกหรือระงับบริการ
30.1 KTC มีสิทธิบอกเลิกหรือระงับบริการได้ทันที หากลูกค้า
(1) ผิดนัดชำระเงิน
(2) ให้ข้อมูลหรือเอกสารอันเป็นเท็จ
(3) ส่งมอบสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าอันตรายโดยไม่แจ้ง
(4) ฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อกำหนดฉบับนี้
(5) อยู่ในภาวะล้มละลาย เลิกกิจการ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้
(6) กระทำการที่อาจทำให้ KTC หรือผู้ให้บริการช่วงได้รับความเสียหายหรือความเสี่ยงทางกฎหมาย
30.2 การบอกเลิกหรือระงับบริการไม่กระทบสิทธิของ KTC ในการเรียกเก็บหนี้ ค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ย หรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหรือจากการบอกเลิก
30.3 ลูกค้ายังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งคืน เก็บรักษา จำหน่าย หรือจัดการสินค้าที่เกิดขึ้นหลังการบอกเลิก
-
กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล
31.1 ข้อกำหนดและความสัมพันธ์ระหว่าง KTC กับลูกค้าอยู่ภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายขัดกัน
31.2 ข้อพิพาทใดที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลไทยที่มีเขตอำนาจในกรุงเทพมหานคร เว้นแต่กฎหมายบังคับจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
31.3 KTC ยังมีสิทธิดำเนินคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือภูมิลำเนา ทรัพย์สิน หรือสถานประกอบการของลูกค้าได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต
-
ภาษา
หากข้อกำหนดฉบับนี้จัดทำเป็นภาษาอื่นและมีข้อความขัดแย้งหรือแตกต่างจากฉบับภาษาไทย ให้ใช้ฉบับภาษาไทยเป็นหลัก เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น
-
การแก้ไขและการมีผลใช้บังคับ
33.1 ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กรกฏาคม 2569
33.2 KTC ขอสงวนสิทธิในการแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ตามความเหมาะสม โดยจะเผยแพร่ฉบับแก้ไขและวันที่ปรับปรุงล่าสุดไว้บนเว็บไซต์ของ KTC
33.3 ข้อกำหนดฉบับแก้ไขให้ใช้กับใบเสนอราคา คำสั่งจอง การจัดส่ง หรือบริการที่ได้รับการยืนยันภายหลังวันที่ฉบับแก้ไขมีผลใช้บังคับ เว้นแต่กฎหมายหรือข้อตกลงเฉพาะจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
33.4 การแก้ไขข้อกำหนดบนเว็บไซต์ไม่มีผลย้อนหลังต่อการจัดส่งที่ได้รับการยืนยันแล้ว เว้นแต่ลูกค้าและ KTC จะตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อควรทราบ
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้เป็นเงื่อนไขทั่วไปสำหรับบริการของ KTC ราคา ขอบเขตงาน และเงื่อนไขเฉพาะของการจัดส่งแต่ละรายการอาจแตกต่างกันตามใบเสนอราคา ใบยืนยันการจอง เอกสารการขนส่ง หรือข้อตกลงเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ข้อความในข้อกำหนดฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับกฎหมายหรืออนุสัญญาที่มีผลบังคับใช้ ให้ใช้กฎหมายหรืออนุสัญญาดังกล่าวเฉพาะในส่วนที่กฎหมายกำหนด และให้ข้อกำหนดส่วนที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับ
บริษัท เคทีซี โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด
KTC Global Logistics Co., Ltd.
ที่อยู่: 5/15 อาคารแอ็ทแอเรีย ห้อง 5A4 ซอย นนทรี5 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120
โทรศัพท์: 02-2861967
อีเมล: info@ktclogistics.co.th
เว็บไซต์: www.ktclogistics.co.th