KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

ขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทางสำหรับสินค้า Export

ขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทาง เป็นบริการสำหรับผู้ส่งออกที่ต้องการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังสนามบินต่างประเทศ โดยสามารถจัดบริการตั้งแต่รับสินค้าจากโรงงาน คลังสินค้า หรือจุดรับสินค้า ดำเนินพิธีการส่งออก และขนส่งทางอากาศไปยังสนามบินปลายทางตามขอบเขตที่ตกลงกัน

KTC Global Logistics ช่วยตรวจสอบ Airline, Routing, Flight Schedule, พื้นที่ระวาง น้ำหนักที่ใช้คิดค่าขนส่ง เอกสารส่งออก และข้อจำกัดของสินค้าก่อน Booking เพื่อเลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมกับแต่ละ Shipment

หากต้องการตรวจสอบราคา สามารถส่งรายละเอียดสินค้า สนามบินปลายทาง จำนวน Package ขนาด น้ำหนัก และ Cargo Ready Date ให้ทีมงานตรวจสอบเที่ยวบินและค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้

ต้องการเช็กราคาขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทาง?

ส่งรายละเอียด Shipment และ Airport of Destination ให้ KTC ตรวจสอบ Airline, Routing, Schedule และค่าใช้จ่ายก่อน Booking

ส่งรายละเอียดให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น

บริการขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทางคืออะไร?

เป็นบริการ Air Freight ที่ขนส่งสินค้าไปสิ้นสุดตามขอบเขตที่สนามบินปลายทาง โดยงานรับสินค้าในประเทศไทย พิธีการส่งออก และการขนส่งทางอากาศสามารถรวมอยู่ในบริการได้ตาม Quotation

เมื่อสินค้าถึงสนามบินต่างประเทศ ผู้นำเข้า ผู้รับสินค้า หรือ Freight Forwarder ที่ผู้รับแต่งตั้งจะดำเนินการในส่วนของ Import Customs Clearance การชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และการรับสินค้าต่อจากสนามบิน เว้นแต่จะมีการตกลงบริการปลายทางเพิ่มเติมไว้เป็นกรณีเฉพาะ

ดังนั้น ก่อน Booking ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า Quotation ครอบคลุมตั้งแต่จุดใดถึงจุดใด รวมถึง Origin Charges, Export Customs Clearance, Air Freight และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งถึงสนามบินต่างจากขนส่งถึงที่อยู่ผู้รับอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขอบเขตบริการหลังสินค้าถึงประเทศปลายทาง หากเป็นบริการถึงสนามบิน ผู้รับหรือตัวแทนที่ปลายทางจะเป็นผู้จัดการขั้นตอนหลังจากสินค้าถึง Airport ส่วนบริการ Door to Door จะมีการจัดการขนส่งต่อจากสนามบินไปยังที่อยู่ผู้รับตามเงื่อนไขของ Shipment

บริการถึงสนามบินจึงเหมาะกับผู้ส่งออกที่มี Importer หรือ Forwarder ในประเทศปลายทางอยู่แล้ว และต้องการให้ KTC ดูแลด้านต้นทางและ Air Freight จากประเทศไทยเป็นหลัก

บริการนี้เหมาะกับ Shipment แบบใด?

เหมาะกับสินค้า Export ที่ต้องการความรวดเร็วและมีผู้รับหรือตัวแทนที่สามารถจัดการ Import Clearance และรับสินค้าที่ปลายทางได้

ตัวอย่างสินค้าที่มักใช้การขนส่งทางอากาศ ได้แก่

  • อะไหล่และชิ้นส่วนเครื่องจักร
  • ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ตัวอย่างสินค้า
  • Commercial Shipment ที่มีความเร่งด่วน
  • สินค้าเพื่อสนับสนุนการผลิตหรือซ่อมบำรุง
  • สินค้ามูลค่าสูงที่ต้องการลดระยะเวลาในการขนส่ง

อย่างไรก็ตาม การเลือก Air Freight ไม่ควรพิจารณาจากความเร่งด่วนเพียงอย่างเดียว ต้องดูน้ำหนัก ขนาดบรรจุภัณฑ์ ลักษณะสินค้า ค่าใช้จ่าย และข้อจำกัดของ Airline ประกอบด้วย

ก่อนขอราคา Air Freight ต้องส่งข้อมูลอะไรบ้าง?

ข้อมูลสำคัญคือสถานที่รับสินค้า สนามบินปลายทาง Commodity จำนวน Package, Dimensions, Gross Weight และ Cargo Ready Date เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการเลือก Airline และการคำนวณค่าขนส่ง

ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  • สถานที่รับสินค้า หรือ Pick-up Address
  • Airport of Destination เช่น LAX, FRA, LHR, DEL หรือสนามบินอื่นที่ต้องการ
  • ชื่อและรายละเอียดสินค้า หรือ Commodity
  • HS Code หากทราบ
  • จำนวน Package
  • ขนาด กว้าง × ยาว × สูง ของแต่ละ Package
  • Gross Weight
  • Cargo Ready Date
  • Commercial Invoice และ Packing List หากมีแล้ว
  • ข้อมูลพิเศษ เช่น Battery, Liquid, Chemical, Magnet หรือสินค้าที่อาจเข้าข่าย Dangerous Goods

สำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักต่อชิ้นสูง ควรแจ้ง Dimensions และน้ำหนักต่อ Package อย่างละเอียด เพราะอาจมีข้อจำกัดเรื่อง Aircraft Type, Cargo Door, ULD หรือความสามารถในการรับสินค้าของแต่ละ Airline และแต่ละเที่ยวบิน

ค่าขนส่งทางอากาศคำนวณจากอะไร?

Air Freight ไม่ได้พิจารณาจาก Gross Weight เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ Chargeable Weight ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งน้ำหนักจริงและปริมาตรของสินค้า

สินค้าที่มีน้ำหนักเบาแต่กล่องใหญ่จึงอาจมี Chargeable Weight สูงกว่าน้ำหนักจริง ขณะที่สินค้าที่มีความหนาแน่นสูงอาจคิดตาม Gross Weight

นอกจาก Air Freight แล้ว Quotation อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นตามขอบเขตงาน เช่น Pickup, Export Customs Clearance, Terminal Handling, Documentation หรือค่าบริการเฉพาะของ Shipment จึงควรเปรียบเทียบจาก Total Cost และขอบเขตที่รวมในราคา ไม่ใช่ดูเฉพาะ Freight Rate ต่อกิโลกรัม

ส่งสินค้าทางอากาศต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารหลักสำหรับ Commercial Shipment โดยทั่วไป ได้แก่ Commercial Invoice และ Packing List ส่วนเอกสารอื่นขึ้นอยู่กับสินค้าและข้อกำหนดในการส่งออก

กรมศุลกากรระบุเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกทางอากาศ เช่น ใบขนสินค้าขาออก Invoice, Air Waybill, Packing List และข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอากาศ รวมถึงใบอนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมตามกรณี สามารถตรวจสอบรายละเอียดจาก กรมศุลกากร

ข้อมูลที่ควรเตรียมประกอบ Shipment ได้แก่

  • Commercial Invoice
  • Packing List
  • ชื่อและที่อยู่ Shipper
  • ชื่อและที่อยู่ Consignee
  • รายละเอียดสินค้า
  • HS Code หากทราบ
  • มูลค่าและสกุลเงินของสินค้า
  • Country of Origin หากเกี่ยวข้อง
  • ใบอนุญาตหรือ Certificate หากเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ

ผู้ส่งออกต้องลงทะเบียนกับกรมศุลกากรหรือไม่?

ผู้ประกอบการที่ต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ควรตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนกับกรมศุลกากรก่อน Shipment แรก

หากบริษัทหรือผู้ส่งออกยังไม่เคยดำเนินการส่งออก ควรแจ้ง KTC ตั้งแต่ช่วงขอราคา เพื่อให้ตรวจสอบขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อน Cargo Ready Date

กรมศุลกากรมีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรและการดำเนินการทางศุลกากร สามารถตรวจสอบรายละเอียดปัจจุบันได้จาก กรมศุลกากร

สินค้าอะไรต้องตรวจสอบก่อน Booking Air Freight?

สินค้าที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย สารเคมี แบตเตอรี่ หรือข้อกำหนดด้านใบอนุญาตควรตรวจสอบก่อนจองระวางกับ Airline

ตัวอย่างสินค้าที่ควรแจ้งรายละเอียดล่วงหน้า ได้แก่

  • Lithium Battery และสินค้าที่มีแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่
  • Power Bank และ Battery Pack
  • สารเคมี
  • ของเหลวไวไฟและ Aerosol
  • สินค้า Dangerous Goods
  • สินค้าอุณหภูมิควบคุม
  • อาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  • เครื่องมือแพทย์
  • อุปกรณ์สื่อสารหรือสินค้าที่อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ
  • สินค้าที่ต้องใช้ Export Permit หรือเอกสารอนุญาตเฉพาะ

สำหรับ Dangerous Goods และ Battery Shipment ต้องตรวจสอบ Classification, Packaging, Marking, Labeling, Documentation รวมถึง State และ Operator Variations ที่เกี่ยวข้องก่อนขนส่ง สามารถดูข้อมูลมาตรฐานการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศได้จาก International Air Transport Association (IATA)

การรับขนสินค้ากลุ่มดังกล่าวขึ้นอยู่กับรายละเอียดสินค้า เอกสาร Airline และ Routing จึงต้องตรวจสอบเป็นราย Shipment ก่อนยืนยัน Booking

ขั้นตอนขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทางเป็นอย่างไร?

ขั้นตอนเริ่มจากการตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและปลายทาง ก่อนเลือก Airline และเที่ยวบินที่เหมาะสม แล้วจึงดำเนินการ Booking และส่งออก

  1. ส่งรายละเอียด Shipment — แจ้ง Commodity, Airport of Destination, Packages, Dimensions, Weight และ Cargo Ready Date
  2. ตรวจสอบสินค้าและ Routing — ตรวจข้อจำกัด Airline, Schedule, Space และข้อกำหนดของสินค้า
  3. เสนอราคา — แจ้ง Freight และค่าใช้จ่ายตามขอบเขตบริการ
  4. ยืนยัน Booking — จอง Space กับ Airline ตามเที่ยวบินที่ตกลงกัน
  5. รับสินค้า — นัด Pickup จากโรงงาน คลังสินค้า หรือจุดรับตามที่ตกลง
  6. ดำเนินพิธีการส่งออก — จัดเตรียมข้อมูลและประสาน Customs Clearance ตามขอบเขตงาน
  7. ส่งสินค้าเข้าสายการบิน — นำสินค้าเข้า Terminal ตาม Cut-off และเงื่อนไขของ Airline
  8. ขนส่งถึงสนามบินปลายทาง — เมื่อถึงปลายทาง ผู้รับหรือ Destination Agent ดำเนินการขั้นตอนต่อไปตามที่ได้จัดเตรียมไว้

Flight Schedule และ Transit Time สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตาม Airline, Routing, Transshipment, Space, วันหยุด และปัจจัยด้านการปฏิบัติการ จึงควรตรวจสอบเที่ยวบินจริงก่อน Booking ทุกครั้ง

ใครเป็นผู้ดำเนินพิธีการและรับสินค้าที่สนามบินปลายทาง?

สำหรับบริการที่มีขอบเขตสิ้นสุดที่สนามบินปลายทาง Importer, Consignee หรือ Destination Agent จะเป็นผู้จัดการ Import Customs Clearance และการรับสินค้าหลังเดินทางถึง เว้นแต่มีการตกลงบริการเพิ่มเติมไว้

Duty, Tax, Storage, Terminal Charges และค่าใช้จ่ายอื่นที่ประเทศปลายทางไม่ได้ถือว่ารวมอยู่ใน Air Freight โดยอัตโนมัติ ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายควรตรวจสอบจาก Incoterms เงื่อนไขการค้า และ Quotation ของ Shipment นั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทาง

สามารถรับสินค้าจากโรงงานแล้วส่งไปถึงสนามบินต่างประเทศได้หรือไม่?

ได้ตามพื้นที่และขอบเขตที่ตกลงกัน KTC สามารถตรวจสอบ Pickup จากโรงงานหรือคลังสินค้าในประเทศไทย พร้อม Air Freight ไปยังสนามบินปลายทางให้เป็น Shipment เดียวกันได้

ผู้รับต้องไปรับสินค้าที่สนามบินเองหรือไม่?

ผู้รับสามารถดำเนินการผ่าน Customs Broker หรือ Freight Forwarder ที่ปลายทางได้ ไม่จำเป็นต้องดำเนินทุกขั้นตอนด้วยตนเอง แต่ควรจัดเตรียมผู้รับผิดชอบที่ปลายทางไว้ก่อนสินค้าถึง

ค่าขนส่งรวมภาษีนำเข้าปลายทางหรือไม่?

ไม่ควรถือว่ารวมโดยอัตโนมัติ ภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายปลายทางขึ้นอยู่กับประเทศ สินค้า เงื่อนไขการค้า และขอบเขตของ Quotation ควรตรวจสอบก่อน Booking

สามารถส่ง Dangerous Goods ทางอากาศได้หรือไม่?

สินค้า Dangerous Goods บางประเภทสามารถขนส่งได้ แต่ต้องตรวจสอบ UN Number, Class, Packing Group หากมี, MSDS หรือข้อมูลทางเทคนิค รวมถึงข้อกำหนดของ Airline และ Routing ก่อนรับ Booking

ต้องใช้ข้อมูลอะไรเพื่อขอราคา?

อย่างน้อยควรแจ้ง Airport of Destination, Commodity, จำนวน Package, Dimensions, Gross Weight และ Cargo Ready Date หากต้องการ Pickup ควรแจ้งสถานที่รับสินค้าด้วย

Air Freight ใช้เวลากี่วัน?

Transit Time ขึ้นอยู่กับ Airline, Routing, เที่ยวบินตรงหรือ Transshipment, Space และ Schedule ในช่วงเวลานั้น จึงควรตรวจสอบเป็นราย Shipment แทนการกำหนดจำนวนวันตายตัว

ขอราคาขนส่งทางอากาศถึงสนามบินปลายทาง

ส่ง Airport of Destination รายละเอียดสินค้า จำนวน Package, Dimensions, Gross Weight และ Cargo Ready Date ให้ KTC Global Logistics ตรวจสอบ Airline, Routing, Space และค่าใช้จ่ายสำหรับ Shipment ของคุณ

ติดต่อ KTC Global Logistics เพื่อขอราคา

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Copyright ©KTC GLOBAL LOGISTICS | All Right Reserved