โลโก้ KTC Global Logistics

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

บริการเดินพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าและส่งออก พร้อมตรวจสอบเอกสารและประสานงานการขนส่ง
  • พฤศจิกายน 5, 2026
  • 2 Mins

C/O คืออะไร (Certificate of Origin)

Certificate of Origin (C/O) หรือหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า คือเอกสารที่ยืนยันว่าสินค้าที่ส่งออกมีถิ่นกำเนิดจากประเทศใด สำหรับผู้นำเข้า C/O คือหลักฐานสำคัญที่ใช้ขอลดหรือยกเว้นอากรขาเข้าตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) หากไม่มี C/O ที่ถูกต้อง ผู้นำเข้าต้องชำระอากรในอัตราปกติ แม้สินค้าจะผลิตในประเทศคู่ภาคีจริงก็ตาม ส่วนผู้ส่งออกไทย C/O คือเอกสารที่ลูกค้าปลายทางมักขอเพื่อนำไปใช้สิทธิลดภาษีในประเทศของตน

C/O แบบได้สิทธิพิเศษ กับ C/O ทั่วไป ต่างกันอย่างไร

  • C/O แบบได้สิทธิพิเศษทางภาษี (Preferential C/O): ออกตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของ FTA แต่ละฉบับ เช่น Form D, Form E หรือ Form RCEP ใช้ขอลดหรือยกเว้นอากรขาเข้าในประเทศคู่ภาคี สินค้าต้องผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิดที่ความตกลงกำหนด ไม่ใช่แค่ส่งออกจากประเทศนั้น
  • C/O ทั่วไป (Non-preferential C/O): ใช้แสดงว่าสินค้ามาจากประเทศใด เมื่อผู้ซื้อหรือประเทศปลายทางกำหนดให้แสดงถิ่นกำเนิด แต่ไม่ได้ให้สิทธิลดอากร กรมการค้าต่างประเทศให้บริการออก Form C/O ทั่วไปควบคู่กับฟอร์มตาม FTA

ฟอร์ม C/O ที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกไทยพบบ่อย

แต่ละความตกลงมีหลักฐานถิ่นกำเนิดของตนเอง ผู้นำเข้าต้องใช้ฟอร์มให้ตรงกับความตกลงที่ต้องการขอสิทธิ ตารางด้านล่างสรุปฟอร์มหลักที่ใช้กับความตกลงที่ไทยเป็นภาคี

ความตกลง ประเทศคู่ค้า หลักฐานถิ่นกำเนิด
อาเซียน (AFTA/ATIGA) ประเทศสมาชิกอาเซียน Form D (ปัจจุบันใช้ e-Form D เป็นหลัก) หรือคำรับรองถิ่นกำเนิดโดยผู้ส่งออกที่ได้รับการรับรอง
อาเซียน-จีน (ACFTA) จีน Form E
RCEP อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ Form RCEP หรือการรับรองถิ่นกำเนิดด้วยตนเองโดยผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียน
อาเซียน-เกาหลี (AKFTA) เกาหลีใต้ Form AK
อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ญี่ปุ่น Form AJ
ไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ญี่ปุ่น Form JTEPA
อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ Form AANZ
อาเซียน-อินเดีย (AIFTA) อินเดีย Form AI
ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ออสเตรเลีย Form FTA (Thai-Australia)
ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) นิวซีแลนด์ ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรับรองถิ่นกำเนิดด้วยตนเองบนอินวอยซ์ โดยไม่ต้องให้หน่วยงานราชการรับรอง

นอกจากนี้ยังมีความตกลงทวิภาคีอื่น เช่น ไทย-อินเดีย ไทย-เปรู และไทย-ชิลี ข้อที่ควรรู้คือบางประเทศมีมากกว่าหนึ่งความตกลงกับไทย เช่น สินค้าจากญี่ปุ่นอาจใช้ได้ทั้ง JTEPA, AJCEP และ RCEP ซึ่งอัตราอากรและกฎถิ่นกำเนิดของแต่ละความตกลงอาจไม่เท่ากัน ผู้นำเข้าจึงควรเปรียบเทียบให้ชัดก่อน แล้วแจ้งผู้ขายให้ขอฟอร์มตามความตกลงที่เลือก

ใครเป็นผู้ออก C/O ในประเทศไทย

หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตาม FTA ของไทยออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผู้ส่งออกต้องลงทะเบียนเป็นผู้ใช้ระบบก่อน แล้วยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันระบบหลักคือ DFT SMART C/O ซึ่งเปิดรับคำขอ Form E, Form AK และ Form C/O ทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เปิดรับ Form AANZ, Form JTEPA และ Form Thai-Australia ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 และเริ่มออก e-Form D ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2568

e-Form D และ ASEAN Single Window

ประเทศสมาชิกอาเซียนเริ่มออกและรับ e-Form D ผ่าน ASEAN Single Window (ASW) เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 หลังจากนั้นจะออกและรับ Form D แบบกระดาษเฉพาะกรณีที่ระบบมีปัญหาทางเทคนิค ฝั่งไทย เมื่อกรมการค้าต่างประเทศอนุมัติ e-Form D แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งผ่าน National Single Window (NSW) และ ASW ไปยังศุลกากรประเทศปลายทาง ผู้นำเข้าปลายทางใช้เลขอ้างอิง (Reference Number) ของ e-Form D แทนต้นฉบับกระดาษ

ในทางกลับกัน เมื่อนำเข้าสินค้าจากอาเซียนเข้าไทยโดยใช้ e-Form D ผู้นำเข้าต้องระบุเลขอ้างอิงของ e-Form D ในใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมเอกสารประกอบ เช่น อินวอยซ์ และใบตราส่งในกรณีที่ศุลกากรกำหนด

การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification)

บางความตกลงอนุญาตให้ผู้ส่งออกรับรองถิ่นกำเนิดเองโดยไม่ต้องขอ C/O จากหน่วยงานราชการ

  • อาเซียน: ระบบ ASEAN-wide Self-Certification (AWSC) ให้ผู้ส่งออกที่ได้รับการรับรอง (Certified Exporter) จัดทำคำรับรองถิ่นกำเนิด (Origin Declaration) บนอินวอยซ์ หรือเอกสารการค้าอื่น เช่น ใบเรียกเก็บเงิน ใบสั่งปล่อยสินค้า หรือ Packing List ได้ เฉพาะรายการสินค้าที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ
  • RCEP: กรมการค้าต่างประเทศมีประกาศเรื่องการขึ้นทะเบียนและการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองสำหรับความตกลงนี้
  • ไทย-นิวซีแลนด์: ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจรับรองถิ่นกำเนิดบนอินวอยซ์ได้โดยตรง

กรมการค้าต่างประเทศมีระบบ Self-Origin-Certification (SOC) ที่ soc.dft.go.th สำหรับงานด้านนี้ ฝั่งผู้นำเข้าควรรู้ว่า ภายใต้ AWSC คำรับรองที่จัดทำโดยผู้ส่งออกหรือผู้ลงนามที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลของอาเซียน หรือจัดทำสำหรับสินค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศผู้นำเข้า

ผู้นำเข้าใช้ C/O ขอลดอากรที่ศุลกากรไทยอย่างไร

สิทธิลดอากรตาม FTA ไม่ได้เกิดขึ้นเองอัตโนมัติ ผู้นำเข้าต้องขอใช้สิทธิในขั้นตอนผ่านพิธีการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์ โดยมีแนวทางดังนี้

  1. ตรวจพิกัดและเงื่อนไขก่อนสั่งซื้อ: สิทธิ FTA ผูกกับพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้า ควรตรวจว่าพิกัดนั้นได้ลดอากรภายใต้ความตกลงใด และต้องผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิดแบบไหน ตัวอย่างภายใต้ ATIGA เกณฑ์ทั่วไปคือ สินค้าได้มาหรือผลิตทั้งหมดในประเทศ (WO) หรือมีสัดส่วนมูลค่าการผลิตในภูมิภาคไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคา FOB (RVC 40%) หรือมีการเปลี่ยนพิกัดในระดับ 4 หลัก (CTH) ทั้งนี้ต้องตรวจกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules) ก่อนเสมอ
  2. ตรวจ Draft C/O ก่อนผู้ขายยื่นขอจริง: ขอร่าง C/O มาตรวจเทียบกับอินวอยซ์และใบตราส่ง เพราะการแก้ไข C/O หลังออกแล้วต้องให้หน่วยงานผู้ออกรับรองการแก้ไข หรือออกฉบับใหม่แทน
  3. สำแดงขอใช้สิทธิในใบขนสินค้าขาเข้า: ตัวแทนออกของจะระบุรหัสสิทธิประโยชน์ตามความตกลงในแต่ละรายการสินค้า พร้อมข้อมูล C/O แล้วส่งเข้าระบบของกรมศุลกากร
  4. กรณี C/O ยังมาไม่ถึง: ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรของความตกลงนั้น ตัวอย่างความตกลงอาเซียน-จีน ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 218/2564 ผู้นำเข้าต้องแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิและชำระอากรในอัตราปกติไปก่อน ก่อนนำของออกจากอารักขาศุลกากร แล้วจึงนำ Form E มายื่นขอคืนอากรภายหลัง หากไม่ได้แจ้งความประสงค์ไว้ ต้องยื่นขอแก้ไขใบขนพร้อมชี้แจงเหตุผลก่อนตรวจปล่อย
  5. เก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบ: ศุลกากรประเทศผู้นำเข้าอาจขอให้ประเทศผู้ส่งออกตรวจสอบ C/O ย้อนหลัง ระหว่างรอผลอาจระงับสิทธิพิเศษไว้ก่อน แต่ยังตรวจปล่อยสินค้าได้ภายใต้มาตรการที่กำหนด หากไม่ใช่ของต้องห้ามหรือต้องกำกัดและไม่มีข้อสงสัยเรื่องการฉ้อฉล

สาเหตุที่การขอใช้สิทธิด้วย C/O มักถูกปฏิเสธ

ตัวอย่างด้านล่างอ้างอิงระเบียบปฏิบัติของ Form D ภายใต้ ATIGA ความตกลงอื่นมีหลักการคล้ายกัน แต่รายละเอียดและกำหนดเวลาอาจต่างกัน

1. ข้อมูลใน C/O ไม่ตรงกับเอกสารและสินค้าจริง

รายละเอียดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก เครื่องหมายและเลขหมายหีบห่อใน C/O ต้องตรงกับสินค้าที่ส่งออกและเอกสารที่ยื่นต่อศุลกากร ความแตกต่างเล็กน้อย เช่น พิมพ์ผิด จะไม่ทำให้ C/O เสียไปโดยอัตโนมัติ หากถิ่นกำเนิดไม่เป็นที่สงสัยและพิสูจน์ได้ว่าเอกสารตรงกับสินค้าจริง ส่วนกรณีประเทศผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจำแนกพิกัดต่างกัน สินค้าจะได้รับการตรวจปล่อยโดยชำระอากรอัตราปกติหรืออัตราสิทธิพิเศษที่สูงกว่า และคืนอากรส่วนเกินเมื่อปัญหาพิกัดได้ข้อยุติ

2. สินค้าไม่ผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิด

C/O ต้องระบุเกณฑ์ถิ่นกำเนิดที่สินค้าใช้ และศุลกากรประเทศผู้นำเข้ามีอำนาจปฏิเสธ C/O ได้ หากเห็นว่าสินค้าไม่ได้ถิ่นกำเนิดตามความตกลง แม้เอกสารจะออกโดยหน่วยงานของประเทศคู่ภาคีจริงก็ตาม เช่น สินค้าที่ผลิตนอกภูมิภาคแล้วนำมาผ่านประเทศสมาชิกโดยไม่ได้แปรสภาพตามเกณฑ์ C/O ที่ถูกปฏิเสธจะถูกทำเครื่องหมายและส่งคืนหน่วยงานผู้ออกภายในไม่เกิน 60 วัน พร้อมแจ้งเหตุผล

3. ยื่น C/O เกินอายุ

หลักฐานถิ่นกำเนิดภายใต้ ATIGA มีอายุ 12 เดือนนับจากวันที่ออก และต้องยื่นต่อศุลกากรภายในระยะเวลานี้ ข้อยกเว้นคือกรณีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอันเกินการควบคุมของผู้ส่งออก หรือกรณีที่สินค้าได้นำเข้าก่อน C/O หมดอายุ ฟอร์มของความตกลงอื่นอาจกำหนดอายุต่างออกไป จึงควรตรวจทุกครั้ง

4. อินวอยซ์ออกโดยประเทศที่สาม (Third Country Invoicing)

การซื้อผ่านบริษัทเทรดดิ้งที่ตั้งอยู่นอกประเทศผู้ผลิตทำได้ แต่ผู้ส่งออกต้องระบุ “Third Country Invoicing” พร้อมชื่อและประเทศของบริษัทที่ออกอินวอยซ์ไว้ใน Form D หากไม่ระบุ ข้อมูลใน C/O กับอินวอยซ์ที่ใช้ผ่านพิธีการจะไม่สอดคล้องกัน

5. C/O แบบ Back-to-Back และการขนส่งผ่านประเทศอื่น

Back-to-Back C/O คือ C/O ที่ประเทศสมาชิกตัวกลางออกให้โดยอ้างอิง C/O ฉบับแรกจากประเทศผู้ส่งออกต้นทาง ฉบับ Back-to-Back ต้องระบุเลขที่อ้างอิงและวันที่ออกของ C/O ฉบับแรก แสดงราคา FOB ของประเทศตัวกลาง และหากแบ่งส่งบางส่วน ปริมาณรวมต้องไม่เกินปริมาณใน C/O ฉบับแรก ส่วนสินค้าที่ขนส่งผ่านประเทศนอกภาคี ผู้นำเข้าต้องแสดงใบตราส่งตลอดเส้นทาง (Through Bill of Lading) ที่ออกในประเทศผู้ส่งออก และเอกสารยืนยันว่าสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขการขนส่งโดยตรง

เช็กลิสต์ก่อนขอใช้สิทธิลดอากรด้วย C/O

  1. ยืนยันพิกัด HS Code และเทียบอัตราอากรตาม FTA กับอัตราปกติ
  2. เลือกความตกลงและฟอร์มให้ชัด แล้วแจ้งผู้ขายก่อนวันส่งสินค้า
  3. ตรวจ Draft C/O ทั้งชื่อผู้ส่งออกและผู้รับ รายละเอียดสินค้า จำนวน น้ำหนัก เครื่องหมายหีบห่อ พิกัด เกณฑ์ถิ่นกำเนิด เลขที่และวันที่อินวอยซ์ ให้ตรงกับอินวอยซ์และใบตราส่ง
  4. หากมีอินวอยซ์ประเทศที่สามหรือเป็น Back-to-Back ตรวจว่าระบุในฟอร์มครบถ้วน
  5. ตรวจวันที่ออกและอายุของ C/O เทียบกับวันที่สินค้าจะถึงไทย
  6. สำหรับ e-Form D ขอเลขอ้างอิงจากผู้ขายก่อนสินค้าถึง
  7. ส่ง C/O ให้ตัวแทนออกของก่อนยื่นใบขน หากยังไม่ได้รับ ให้แจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิตามระเบียบของความตกลงนั้นก่อนรับของ
  8. เก็บ C/O และเอกสารประกอบไว้ให้พร้อมชี้แจงหากถูกตรวจสอบย้อนหลัง

หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการเลือกฟอร์ม C/O การตรวจเอกสารก่อนนำเข้า หรือการดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อขอใช้สิทธิลดอากรตาม FTA สามารถติดต่อทีมงาน KTC Global Logistics ได้ที่ โทร 02-286-1967 หรือ LINE: @ktclogistics

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

โลโก้เครือข่ายโลจิสติกส์ JCtrans และ WCAworld

Copyright © KTC GLOBAL LOGISTICS | All Rights Reserved | ข้อกำหนดและเงื่อนไข