Incoterms 2020 คืออะไร
Incoterms 2020 คือชุดกฎเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าในการซื้อขายระหว่างประเทศ จัดทำโดยหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce: ICC) โดยใช้คำย่อภาษาอังกฤษ 3 ตัวอักษร เช่น EXW, FOB, CIF, DAP หรือ DDP เพื่อกำหนดว่าใครเป็นผู้จ่ายค่าขนส่ง ความเสี่ยงต่อความสูญหายหรือเสียหายของสินค้าโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ ณ จุดใด และใครเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรขาออกและขาเข้า
Incoterms 2020 มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 และยังเป็นฉบับล่าสุดในปัจจุบัน ในแผนงานประจำปี 2026 ICC ระบุว่าจะเริ่มงานปรับปรุงกฎเพื่อวางรากฐานสำหรับ Incoterms 2030 แต่ยังไม่มีร่างหรือกำหนดวันใช้บังคับ หากพบข้อมูลที่อ้างถึง Incoterms ฉบับปีอื่นหลังปี 2020 ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ของ ICC ก่อน
Incoterms ไม่ใช่กฎหมาย แต่มีผลเมื่อคู่สัญญาตกลงนำมาใช้ จึงควรระบุชื่อเงื่อนไข สถานที่ และฉบับปีให้ชัดเจน เช่น “FOB Shanghai Incoterms 2020” คู่สัญญายังเลือกใช้ฉบับเก่า เช่น Incoterms 2010 ได้หากระบุไว้ ทั้งนี้ Incoterms ไม่ได้กำหนดเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ เงื่อนไขการชำระเงิน หรือการระงับข้อพิพาท ซึ่งต้องตกลงแยกไว้ในสัญญา
11 เงื่อนไขของ Incoterms 2020 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1: ใช้ได้กับการขนส่งทุกรูปแบบ (7 เงื่อนไข)
ใช้ได้ทั้งทางเรือ ทางอากาศ ทางบก ทางราง และการขนส่งหลายรูปแบบ รวมถึงสินค้าตู้คอนเทนเนอร์
- EXW (Ex Works): ผู้ขายวางสินค้าไว้ให้ผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้ขาย โดยไม่มีหน้าที่ขนสินค้าขึ้นรถ ผู้ซื้อรับผิดชอบทุกอย่างหลังจากนั้น
- FCA (Free Carrier): ผู้ขายส่งมอบสินค้าให้ผู้ขนส่งที่ผู้ซื้อกำหนด ณ สถานที่ที่ตกลง หากส่งมอบที่สถานที่ของผู้ขาย ผู้ขายต้องขนสินค้าขึ้นรถด้วย หากส่งมอบที่อื่น เช่น คลังสินค้าหรือลานตู้ ผู้ขายนำสินค้าไปถึงโดยไม่ต้องขนลง
- CPT (Carriage Paid To): ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งไปจนถึงปลายทาง แต่ความเสี่ยงโอนตั้งแต่ส่งมอบให้ผู้ขนส่งรายแรกในประเทศต้นทาง
- CIP (Carriage and Insurance Paid To): เหมือน CPT แต่ผู้ขายต้องทำประกันภัยสินค้าให้ผู้ซื้อด้วย
- DAP (Delivered at Place): ผู้ขายขนส่งไปถึงสถานที่ปลายทาง ส่งมอบบนยานพาหนะพร้อมขนลง ผู้ซื้อขนลงและทำพิธีการขาเข้า
- DPU (Delivered at Place Unloaded): ใช้แทน DAT ของ Incoterms 2010 ผู้ขายต้องขนสินค้าลงที่ปลายทางด้วย และปลายทางเป็นสถานที่ใดก็ได้ ไม่จำกัดเฉพาะ Terminal
- DDP (Delivered Duty Paid): คล้าย DAP แต่ผู้ขายต้องทำพิธีการนำเข้าและชำระอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นในประเทศผู้ซื้อ เป็นเงื่อนไขที่ผู้ขายรับภาระมากที่สุด
กลุ่มที่ 2: ใช้เฉพาะการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศ (4 เงื่อนไข)
- FAS (Free Alongside Ship): ผู้ขายนำสินค้าไปวางข้างเรือที่ผู้ซื้อกำหนด ณ ท่าเรือต้นทาง ปัจจุบันใช้ไม่มาก เช่น กรณีเครื่องจักรหนัก
- FOB (Free on Board): ผู้ขายนำสินค้าขึ้นเรือที่ผู้ซื้อกำหนด ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่บนเรือแล้ว ผู้ซื้อจ่ายค่าระวางเรือ
- CFR (Cost and Freight): ผู้ขายจ่ายค่าระวางเรือถึงท่าปลายทาง แต่ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าอยู่บนเรือ ณ ท่าต้นทาง
- CIF (Cost, Insurance and Freight): เหมือน CFR แต่ผู้ขายต้องทำประกันภัยสินค้าให้ผู้ซื้อด้วย
ตารางเปรียบเทียบ Incoterms 2020 ทั้ง 11 เงื่อนไข
| เงื่อนไข | ผู้จ่ายค่าขนส่งหลัก | จุดที่ความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อ | พิธีการขาออก | พิธีการขาเข้า | ประกันภัยตามกฎ |
|---|---|---|---|---|---|
| EXW | ผู้ซื้อ | สถานที่ของผู้ขาย (ยังไม่ขนขึ้นรถ) | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| FCA | ผู้ซื้อ | เมื่อส่งมอบให้ผู้ขนส่งของผู้ซื้อ ณ สถานที่ที่ตกลง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| CPT | ผู้ขาย | เมื่อส่งมอบให้ผู้ขนส่งรายแรกที่ต้นทาง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| CIP | ผู้ขาย | เมื่อส่งมอบให้ผู้ขนส่งรายแรกที่ต้นทาง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย: Institute Cargo Clauses (A) |
| DAP | ผู้ขาย | ณ สถานที่ปลายทาง บนยานพาหนะ พร้อมขนลง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| DPU | ผู้ขาย | ณ สถานที่ปลายทาง หลังขนลงแล้ว | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| DDP | ผู้ขาย | ณ สถานที่ปลายทาง บนยานพาหนะ พร้อมขนลง | ผู้ขาย | ผู้ขาย (รวมภาษีอากร) | ไม่บังคับ |
| FAS | ผู้ซื้อ | เมื่อวางสินค้าข้างเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| FOB | ผู้ซื้อ | เมื่อสินค้าอยู่บนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| CFR | ผู้ขาย | เมื่อสินค้าอยู่บนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ไม่บังคับ |
| CIF | ผู้ขาย | เมื่อสินค้าอยู่บนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง | ผู้ขาย | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย: Institute Cargo Clauses (C) |
เงื่อนไขกลุ่ม C (CPT, CIP, CFR, CIF) มีสถานที่สำคัญ 2 แห่ง คือจุดส่งมอบที่ต้นทางซึ่งความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อ และปลายทางที่ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งไปถึง หากสินค้าเสียหายระหว่างทาง ความเสี่ยงจึงเป็นของผู้ซื้อแล้ว
ประกันภัยสินค้า: CIF กับ CIP ต่างกันอย่างไร
มีเพียง CIF และ CIP ที่บังคับให้ผู้ขายทำประกันภัยสินค้าเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงของผู้ซื้อ โดยระดับขั้นต่ำต่างกัน
- CIF: อย่างน้อยตาม Institute Cargo Clauses (C) หรือเทียบเท่า ซึ่งคุ้มครองเฉพาะภัยที่ระบุไว้ (Named Perils) เท่ากับระดับที่ใช้ใน Incoterms 2010
- CIP: Incoterms 2020 ยกระดับเป็น Institute Cargo Clauses (A) หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นความคุ้มครองแบบ All Risks ภายใต้ข้อยกเว้นของกรมธรรม์
- จำนวนเงินเอาประกัน: อย่างน้อย 110% ของราคาในสัญญา ในสกุลเงินของสัญญา คุ้มครองตั้งแต่จุดส่งมอบจนถึงปลายทางที่ระบุ
คู่สัญญาตกลงระดับความคุ้มครองที่ต่างจากขั้นต่ำได้ เช่น ผู้ซื้อแบบ CIF อาจขอให้ผู้ขายทำประกันตาม Clauses (A) แทน ส่วนเงื่อนไขอื่นไม่มีฝ่ายใดถูกบังคับให้ทำประกัน ฝ่ายที่รับความเสี่ยงในแต่ละช่วงจึงควรพิจารณาทำประกันเอง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือก Incoterms
1. ใช้ FOB หรือ CIF กับสินค้าตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าทางอากาศ
FAS, FOB, CFR และ CIF ใช้ได้เฉพาะการขนส่งทางน้ำ จึงไม่ควรใช้กับสินค้าทางอากาศ ส่วนสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ผู้ขายมักส่งมอบตู้ที่ลานตู้หรือคลังสินค้าก่อนขึ้นเรือหลายวัน หากใช้ FOB หรือ CIF ผู้ขายยังรับความเสี่ยงจนสินค้าขึ้นเรือ ทั้งที่สินค้าไม่ได้อยู่ในความควบคุมของตนแล้ว FCA, CPT หรือ CIP จึงตรงกับการส่งมอบจริงมากกว่า และ Incoterms 2020 เพิ่มทางเลือกใน FCA ให้ตกลงได้ว่าผู้ซื้อจะสั่งให้ผู้ขนส่งออก On-board Bill of Lading ให้ผู้ขาย เพื่อรองรับการชำระเงินด้วย Letter of Credit หากยังใช้ FOB หรือ CIF กับสินค้าตู้ ทั้งสองฝ่ายควรเข้าใจจุดโอนความเสี่ยงให้ตรงกัน (ดูประเภทตู้เพิ่มเติมได้ในคู่มือขนาดตู้คอนเทนเนอร์)
2. เข้าใจว่า CIF ผู้ขายรับความเสี่ยงจนถึงปลายทาง
ความเสี่ยงภายใต้ CIF เป็นของผู้ซื้อตั้งแต่สินค้าอยู่บนเรือที่ท่าต้นทาง และประกันที่ผู้ขายทำให้เป็นเพียงระดับ (C) หากสินค้ามีมูลค่าสูงหรือเสียหายง่าย ควรขอความคุ้มครองที่สูงขึ้นหรือทำประกันเพิ่มเอง และตกลงให้ชัดว่าค่าใช้จ่ายที่ท่าปลายทางรายการใดผู้ขายจ่ายแล้ว
3. เลือก DDP โดยไม่ตรวจสอบเรื่องอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภายใต้ DDP ผู้ขายต้องเป็นผู้นำเข้าและชำระอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นในประเทศผู้ซื้อ ซึ่งอาจต้องจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าหรือผู้เสียภาษีในประเทศนั้น ทำได้ยากในหลายกรณี หากผู้ขายเป็นผู้นำเข้าไม่ได้จริง ควรใช้ DAP แทน
4. ใช้ EXW กับการส่งออกโดยไม่วางแผนพิธีการขาออก
ภายใต้ EXW ผู้ซื้อต้องทำพิธีการส่งออกเอง แต่ในหลายประเทศผู้ส่งออกต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศนั้น ผู้ซื้อต่างชาติจึงมักทำไม่ได้ ผู้ขายเองก็อาจต้องการหลักฐานการส่งออกเพื่อประโยชน์ทางภาษี หากผู้ขายเป็นผู้ทำพิธีการขาออกและขนสินค้าขึ้นรถให้อยู่แล้ว FCA จะตรงกับข้อเท็จจริงมากกว่า
5. ระบุสถานที่ไม่ชัดเจน
การเขียนเพียง “DAP Bangkok” อาจทำให้โต้แย้งกันว่าส่งมอบที่จุดใด ควรระบุให้เฉพาะเจาะจง เช่น ชื่อคลังสินค้า ลานตู้ หรือที่อยู่โกดัง เพราะจุดนี้กำหนดว่าค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงสิ้นสุดที่ใด
ข้อควรรู้สำหรับผู้นำเข้าไทย: ศุลกากรคิดภาษีจากราคา CIF
มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กำหนดให้ราคาศุลกากรของของนำเข้าต้องรวมค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมาถึงด่านศุลกากร ฐานคำนวณอากรขาเข้าจึงเทียบได้กับราคา CIF ไม่ว่าจะซื้อขายด้วยเงื่อนไขใด
- ซื้อแบบ FOB หรือ FCA ต้องนำค่าขนส่งระหว่างประเทศและค่าประกันภัยมารวมกับราคาสินค้า
- ซื้อแบบ EXW ต้องรวมค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในประเทศต้นทางด้วย
- หากไม่มีมูลค่าค่าประกันภัยหรือค่าขนส่ง ให้กำหนดตามที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด
- ซื้อแบบ DAP หรือ DDP ที่ราคารวมค่าใช้จ่ายหลังการนำเข้า เช่น ค่าขนส่งในประเทศไทยหรือค่าภาษีอากรขาเข้า หักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกได้เมื่อแยกแสดงชัดเจน
ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้ายังคำนวณจากฐานที่รวมราคา CIF กับอากรขาเข้าและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง การซื้อแบบ FOB หรือ EXW จึงไม่ได้ทำให้ภาษีนำเข้าลดลง ผู้นำเข้าควรเก็บใบแจ้งหนี้ค่าระวางและหลักฐานค่าเบี้ยประกันไว้ประกอบการสำแดงราคา ดูขั้นตอนทั้งหมดได้ใน7 ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์
แนวทางเลือก Incoterms สำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกไทย
สำหรับผู้นำเข้าไทย
- ต้องการควบคุมค่าขนส่งเอง: เลือก FCA สำหรับสินค้าตู้หรือสินค้าทางอากาศ และ FOB สำหรับสินค้าที่ขนขึ้นเรือโดยตรง แล้วให้ Freight Forwarder ฝั่งไทยจัดการขนส่งหลัก
- ต้องการให้ผู้ขายจัดการขนส่ง: CPT, CIP, CFR หรือ CIF ไม่ต้องจองระวางเอง แต่ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายปลายทางที่ต้องจ่ายเอง
- ประกันภัย: ซื้อแบบ EXW, FCA หรือ FOB ควรทำประกันภัยสินค้าเอง ซื้อแบบ CIF ควรพิจารณาว่าความคุ้มครองระดับ (C) เพียงพอหรือไม่
- DDP และ EXW: ใช้ DDP เมื่อผู้ขายเป็นผู้นำเข้าในประเทศไทยได้จริงเท่านั้น หากไม่แน่ใจ DAP มักปฏิบัติได้ง่ายกว่า ส่วน EXW เหมาะเมื่อมีตัวแทนที่ต้นทางรับสินค้าจากโรงงานและทำพิธีการส่งออกแทนได้
สำหรับผู้ส่งออกไทย
- เลือก FCA แทน EXW: ผู้ส่งออกทำพิธีการส่งออกในไทยเอง ควบคุมเอกสารได้ และความเสี่ยงสิ้นสุดเมื่อส่งมอบให้ผู้ขนส่งของผู้ซื้อ
- สินค้าตู้คอนเทนเนอร์: พิจารณา FCA, CPT หรือ CIP แทน FOB, CFR หรือ CIF หากผู้ซื้อชำระด้วย Letter of Credit ที่ต้องใช้ On-board Bill of Lading ให้ระบุทางเลือกนี้ของ FCA ไว้ในสัญญา
- เสนอราคาส่งถึงปลายทาง: CPT, CIP หรือ DAP เหมาะเมื่อมีพันธมิตรขนส่งที่ปลายทาง ส่วน DDP ใช้เมื่อทำพิธีการนำเข้าและชำระภาษีในประเทศผู้ซื้อได้จริง
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการเลือก Incoterms การจัดการขนส่งระหว่างประเทศ การทำประกันภัยสินค้า หรือการดำเนินพิธีการศุลกากรนำเข้าและส่งออก สามารถติดต่อทีมงาน KTC Global Logistics ได้ที่ โทร 02-286-1967 หรือ LINE: @ktclogistics