โลโก้ KTC Global Logistics

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

ภาพมุมสูงเรือตู้คอนเทนเนอร์ขณะขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือ
  • พฤศจิกายน 5, 2026
  • 1 Mins

ขั้นตอนรับตู้สินค้านำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งแต่เรือเข้าจนคืนตู้เปล่า

การนำเข้าสินค้าแบบเต็มตู้ (FCL) ทางเรือผ่านท่าเรือแหลมฉบังมีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง หากขั้นตอนใดล่าช้า ตู้อาจค้างในท่านานกว่าที่ควรและเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ การเข้าใจขั้นตอนรับตู้สินค้านำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบังตามลำดับจะช่วยให้ผู้นำเข้าเตรียมเอกสารและประสานงานได้ล่วงหน้า

ใครเกี่ยวข้องกับการรับตู้นำเข้าที่แหลมฉบัง

  • สายเรือหรือตัวแทนเรือ: แจ้งเรือเข้า ส่งข้อมูล Manifest ให้กรมศุลกากร เรียกเก็บค่าใช้จ่ายปลายทาง และออกใบปล่อยสินค้า (D/O)
  • กรมศุลกากร: รับข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า ตรวจสอบภาษีอากร และสั่งตรวจปล่อย
  • การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ: ท่าเรือแหลมฉบังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทท. ส่วนท่าเทียบเรือตู้สินค้าแต่ละท่าดำเนินการโดยผู้ประกอบการเอกชน ซึ่งมีระบบงานและเงื่อนไขของตนเอง
  • ตัวแทนออกของ (Customs Broker): จัดทำใบขนสินค้าและประสานพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้า
  • ผู้ขนส่งและลานคืนตู้ (Depot): ผู้ขนส่งรับตู้ไปส่งคลังสินค้าและนำตู้เปล่าไปคืนที่ลานตามที่สายเรือกำหนด

8 ขั้นตอนรับตู้สินค้านำเข้าแบบ FCL ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

1. รับใบแจ้งเรือเข้า (Arrival Notice) จากสายเรือหรือตัวแทน

เมื่อเรือใกล้ถึงท่า สายเรือหรือตัวแทนจะส่งใบแจ้งเรือเข้าให้ผู้รับสินค้า (Consignee) ตามที่ระบุใน Bill of Lading โดยทั่วไปจะมีข้อมูลชื่อเรือ เที่ยวเรือ วันที่คาดว่าเรือจะเข้า (ETA) หมายเลขตู้ ท่าเทียบเรือที่ขนถ่ายตู้ และรายการค่าใช้จ่ายปลายทาง

ควรตรวจข้อมูลให้ตรงกับ B/L, Invoice และ Packing List ทันที หากพบข้อผิดพลาดให้แจ้งสายเรือและตัวแทนออกของตั้งแต่ต้น เพราะข้อมูล Manifest ที่ไม่ตรงกับใบขนสินค้าอาจทำให้พิธีการศุลกากรติดขัด

2. ชำระค่าใช้จ่ายปลายทางและรับใบปล่อยสินค้า (Delivery Order: D/O)

ก่อนรับตู้ออกจากท่า ผู้นำเข้าต้องชำระค่าใช้จ่ายปลายทาง (Local Charges) ให้สายเรือหรือตัวแทน และแสดงสิทธิในสินค้า เช่น นำ Original B/L มาแลก หรือยืนยันว่าผู้ส่งสินค้าได้ทำ Surrender / Telex Release แล้ว จากนั้นสายเรือจะออก D/O ให้ ค่าใช้จ่ายที่พบบ่อย ได้แก่

  • ค่าออกใบปล่อยสินค้า (D/O Fee หรือ Documentation Fee)
  • ค่าภาระยกขนตู้ที่ท่า (Terminal Handling Charge: THC)
  • ค่ามัดจำตู้ (Container Deposit): บางสายเรือเรียกเก็บและคืนให้เมื่อคืนตู้ในสภาพเรียบร้อย
  • ค่าคุ้มครองความเสียหายของตู้หรือค่าล้างตู้ (ชื่อเรียกต่างกันไปตามสายเรือ)
  • ค่าธรรมเนียมอื่นตามกรณี เช่น ค่าแก้ไขข้อมูล Manifest

รายการค่าใช้จ่ายต่างกันตามสายเรือ ท่าเทียบเรือ และ Incoterms จึงควรขอจากสายเรือล่วงหน้า เมื่อได้ D/O แล้ว ให้ตรวจหมายเลขตู้ ท่าเทียบเรือ ลานคืนตู้เปล่าที่กำหนด และวันครบกำหนดระยะเวลาปลอดค่าใช้จ่าย (Free Time)

3. ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า ชำระภาษีอากร และรอผลการตรวจปล่อย

ขั้นตอนนี้ทำคู่ขนานกับการรับ D/O ได้ เมื่อตัวแทนเรือส่ง Manifest เข้าระบบกรมศุลกากรแล้ว ผู้นำเข้าหรือตัวแทนออกของจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า รวมถึงข้อมูลใบอนุญาตหรือสิทธิพิเศษทางภาษีตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) ถ้ามี แล้วส่งเข้าระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Customs) ซึ่งเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ National Single Window (NSW) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์ผ่านพิธีการศุลกากรไทย

ระบบของกรมศุลกากรจะตรวจข้อมูลใบขนสินค้ากับ Manifest และออกเลขที่ใบขนสินค้า ผู้นำเข้าจึงชำระอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (รวมถึงภาษีอื่นถ้ามี) ผ่านช่องทางที่กรมศุลกากรกำหนด เช่น ระบบ e-Payment ผ่านธนาคาร หรือ e-Bill Payment จากนั้นระบบบริหารความเสี่ยงจะกำหนดคำสั่งการตรวจ ดังนี้

  • Green Line (ยกเว้นการตรวจ): ใบขนสินค้าเปลี่ยนสถานะเป็นพร้อมส่งมอบของ และระบบแจ้งข้อมูลการสั่งปล่อยไปยังผู้ดูแลสินค้า ผู้นำเข้าดำเนินการรับสินค้าต่อได้
  • Red Line (ให้เปิดตรวจ): พนักงานศุลกากรจะตรวจสอบพิกัด ราคา และของจริง แล้วบันทึกผลก่อนสั่งปล่อย จึงควรเผื่อเวลา และอาจมีค่าเคลื่อนย้ายตู้เพื่อเปิดตรวจ

สินค้าที่เป็นของต้องกำกัดต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นสินค้าจะผ่านพิธีการไม่ได้แม้ตู้จะถึงท่าแล้ว

4. ตรวจสอบท่าเทียบเรือและชำระค่าภาระฝั่งท่าเรือ

ท่าเรือแหลมฉบังมีท่าเทียบเรือหลายท่า ผู้นำเข้าและผู้ขนส่งต้องรู้แน่ชัดว่าตู้อยู่ท่าใด โดยดูจากใบแจ้งเรือเข้า D/O หรือสอบถามสายเรือ เพราะช่องทางติดต่อ เวลาทำการ และเงื่อนไขของแต่ละท่าไม่เหมือนกัน

นอกจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้สายเรือ ยังอาจมีค่าภาระที่ชำระให้ท่าเทียบเรือโดยตรง เช่น ค่ายกตู้ขึ้นรถ (Lift-on) และค่าฝากเก็บตู้ (Storage) หากตู้อยู่ในท่าเกินระยะเวลาที่ท่ากำหนด ควรตรวจสอบกับท่าเทียบเรือหรือผู้ประสานงานว่าต้องชำระรายการใด ผ่านช่องทางไหน และชำระให้เรียบร้อยก่อนส่งรถเข้ารับตู้

5. จองคิวรถบรรทุก (Truck Queue)

เมื่อสินค้าได้รับการปล่อยแล้ว ขั้นต่อไปคือจองคิวรถเข้ารับตู้ กทท. ผลักดันให้รถบรรทุกจองช่วงเวลาผ่านระบบ Truck Queue ก่อนเข้าท่า เพื่อกระจายเวลาเข้ารับส่งตู้และลดความแออัดหน้าประตูท่า ทั้งนี้ ช่องทาง เวลาเปิดจอง และเงื่อนไขอาจต่างกันตามท่าเทียบเรือและประกาศในแต่ละช่วง

ข้อมูลที่มักต้องใช้ ได้แก่ หมายเลขตู้ ข้อมูล D/O ทะเบียนรถ ข้อมูลผู้ขับ ชื่อท่าเทียบเรือ และวันเวลาที่ต้องการเข้า อ่านขั้นตอนจองโดยละเอียดได้ที่ Truck Queue คืออะไร และวิธีจองคิวรถเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ข้อสำคัญคือการได้คิวไม่ได้แปลว่ารับตู้ได้ทันที ตู้ต้องผ่านพิธีการ ชำระค่าใช้จ่ายครบ และมีสถานะพร้อมปล่อยด้วย

6. นำรถเข้ารับตู้ที่ประตูท่า (Gate-in / Gate-out)

พนักงานขับรถควรมีข้อมูลที่ท่าเทียบเรือและสายเรือกำหนดให้ครบ เช่น หลักฐานการจองคิว D/O หรือข้อมูลการปล่อยตู้ เอกสารรับตู้หรือ Equipment Interchange Receipt (EIR) ที่สายเรือออกให้ และข้อมูลรถกับผู้ขับที่ตรงกับที่จองไว้ รายการเอกสารจริงควรยืนยันกับท่าเทียบเรือหรือผู้ประสานงานทุกครั้ง

ก่อนออกจากท่า ควรตรวจหมายเลขตู้และหมายเลขซีล (Seal) ให้ตรงกับเอกสาร หากพบความเสียหายของตู้ให้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งตอนคืนตู้

7. ขนส่งตู้ไปยังคลังสินค้าและเปิดตู้

เมื่อตู้ถึงคลังสินค้า ให้ตรวจซีลก่อนตัด ถ่ายภาพขณะเปิดตู้ และตรวจนับสินค้ากับ Packing List หากเสียหายหรือขาดจำนวน ควรแจ้งผู้ขายและบริษัทประกันภัยโดยเร็ว ควรเตรียมแรงงานและอุปกรณ์ขนถ่ายไว้ล่วงหน้า เพราะยิ่งขนถ่ายช้า ตู้ก็ยิ่งอยู่นอกท่านานขึ้น

8. คืนตู้เปล่าที่ลานคืนตู้ตามที่ระบุใน D/O

หลังขนถ่ายเสร็จ ต้องนำตู้เปล่าไปคืนที่ลานคืนตู้ (Depot) ที่สายเรือกำหนดไว้ใน D/O หรือเอกสารรับตู้ การคืนผิดลานอาจถูกปฏิเสธหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ก่อนคืนควรเก็บเศษวัสดุ ไม้รองสินค้า และสติกเกอร์สินค้าอันตรายออก เมื่อคืนแล้วให้เก็บหลักฐานการรับคืนตู้ (เช่น EIR ขาคืน) ไว้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและขอคืนค่ามัดจำตู้ (ถ้ามี)

Demurrage, Detention และ Storage ต่างกันอย่างไร

ทั้งสามรายการเกิดจากการใช้ตู้หรือพื้นที่เกินระยะเวลาปลอดค่าใช้จ่าย แต่เกิดคนละช่วงและอาจเรียกเก็บโดยคนละฝ่าย

ค่าใช้จ่าย เกิดขึ้นเมื่อใด ผู้เรียกเก็บโดยทั่วไป
Demurrage ตู้ที่มีสินค้าค้างอยู่ในท่าหรือลานตู้เกินระยะ Free Time ที่สายเรือให้ สายเรือ
Detention รับตู้ออกจากท่าแล้ว แต่คืนตู้เปล่าช้ากว่าระยะเวลาที่สายเรือกำหนด สายเรือ
Storage ตู้หรือสินค้าฝากเก็บในพื้นที่ท่าเทียบเรือเกินระยะเวลาที่ท่าให้ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ

จำนวนวัน Free Time และวิธีเริ่มนับขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสายเรือและท่าเทียบเรือ ผู้นำเข้าจึงควรขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ตอนจองขนส่ง และเจรจาขอขยาย Free Time ล่วงหน้าหากคาดว่าจะใช้เวลานาน เช่น สินค้าที่ต้องรอใบอนุญาต

หมายเหตุสำหรับการนำเข้าแบบ LCL

กรณีสินค้าไม่เต็มตู้ (LCL) ผู้รวบรวมสินค้า (Consolidator) จะรวมสินค้าหลายรายไว้ในตู้เดียว และนำไปแยกสินค้าที่สถานีบรรจุและแยกสินค้า (CFS) ผู้นำเข้ารับ D/O จากผู้รวบรวมสินค้าหรือตัวแทน แล้วรับสินค้าที่ CFS โดยไม่ต้องคืนตู้เปล่าเอง แต่อาจมีค่าบริการ CFS และค่าฝากเก็บหากรับช้า

เคล็ดลับลดความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  1. ส่ง Draft B/L และ Invoice ให้ตัวแทนออกของก่อนเรือเข้า เพื่อเตรียมใบขนสินค้าล่วงหน้า
  2. เตรียมใบอนุญาตนำเข้าและเอกสารสิทธิพิเศษทางภาษีให้พร้อมก่อนสินค้าออกจากต้นทาง
  3. ให้ผู้ส่งสินค้าทำ Surrender B/L หรือส่ง Original B/L ให้ทันก่อนเรือถึง
  4. ขอรายการค่าใช้จ่ายปลายทางและเงื่อนไข Free Time จากสายเรือล่วงหน้า และจดวันครบกำหนดไว้
  5. ยืนยันท่าเทียบเรือที่ตู้ขนถ่าย และติดตามประกาศเรื่องการจองคิวรถของท่านั้น
  6. วางแผนรถและแรงงานที่คลังให้สอดคล้องกัน และตรวจชื่อลานคืนตู้ใน D/O ทุกครั้ง

หากต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการรับตู้สินค้านำเข้า การเดินพิธีการศุลกากร หรือการวางแผนขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังถึงคลังสินค้า สามารถติดต่อทีมงาน KTC Global Logistics ได้ที่ โทร 02-286-1967 หรือ LINE: @ktclogistics

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

โลโก้เครือข่ายโลจิสติกส์ JCtrans และ WCAworld

Copyright © KTC GLOBAL LOGISTICS | All Rights Reserved | ข้อกำหนดและเงื่อนไข