KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

ส่งของไปเยอรมัน กับ KTC Global Logistics
  • กันยายน 5, 2026
  • 1 Mins

ส่งของไปเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร พัสดุ ของใช้ส่วนตัว ตัวอย่างสินค้า อะไหล่ หรือสินค้าทางการค้า สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงค่าขนส่ง แต่ยังรวมถึงประเภทสินค้า วิธีขนส่ง เอกสาร พิธีการศุลกากร ภาษีนำเข้า และข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปเยอรมนี ทั้งทางอากาศและทางเรือ รวมถึงสามารถประเมินบริการแบบ Door to Door, Door to Port และ Port to Port ตามประเภทสินค้าและเงื่อนไขของแต่ละ Shipment

การเตรียมรายละเอียดสินค้าให้ครบตั้งแต่ก่อนขอราคา จะช่วยให้เลือกรูปแบบการขนส่งได้เหมาะสม ประเมินต้นทุนได้แม่นยำขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาเมื่อสินค้าถึงประเทศเยอรมนี

1. ส่งของไปเยอรมันมีวิธีไหนบ้าง?

การเลือกวิธี ส่งของไปเยอรมัน ควรพิจารณาจากชนิดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก ขนาด ความเร่งด่วน และเมืองปลายทาง

ส่งของไปเยอรมันทางอากาศ

การขนส่งทางอากาศเหมาะสำหรับเอกสาร พัสดุ สินค้าตัวอย่าง อะไหล่ หรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว โดยค่าขนส่งจะพิจารณาจากน้ำหนักจริงและน้ำหนักตามปริมาตร หรือ Chargeable Weight

หากสินค้าเป็นแบตเตอรี่ ของเหลว สารเคมี หรือ Dangerous Goods ควรแจ้งรายละเอียดตั้งแต่ก่อนขอราคา เพราะอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากสายการบินและสนามบิน

ส่งของไปเยอรมันทางเรือ

เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก สินค้าน้ำหนักสูง หรือสินค้าที่ไม่ได้เร่งด่วน โดยสามารถแบ่งได้เป็น

  • LCL สำหรับสินค้าที่มีปริมาณไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์
  • FCL สำหรับสินค้าที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์เต็มตู้ เช่น 20’GP หรือ 40’HC

การเลือก LCL หรือ FCL ควรพิจารณาจากปริมาตร น้ำหนัก ประเภทสินค้า เมืองปลายทาง และต้นทุนรวมของ Shipment ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนกล่องเพียงอย่างเดียว

2. Door to Door, Door to Port และ Port to Port ต่างกันอย่างไร?

Door to Door

ผู้ให้บริการดูแลตั้งแต่การรับสินค้าที่ต้นทางในประเทศไทยไปจนถึงการส่งถึงสถานที่ของผู้รับในเยอรมนี ตามขอบเขตบริการที่ตกลงกัน

ข้อควรระวัง: Door to Door ไม่ได้หมายความว่าราคารวมภาษีนำเข้า Import VAT ค่าพิธีการศุลกากร และค่าใช้จ่ายปลายทางทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบให้ชัดว่าใบเสนอราคารวมรายการใดแล้วบ้าง

Door to Port

ผู้ให้บริการรับสินค้าจากต้นทางในประเทศไทยและขนส่งไปยังท่าเรือหรือสนามบินปลายทาง จากนั้นผู้รับหรือเอเย่นต์ของผู้รับเป็นผู้ดำเนินการพิธีการและขนส่งต่อ

Port to Port

เหมาะกับบริษัทที่มี Customs Broker หรือทีมงานดูแลพิธีการต้นทางและปลายทางอยู่แล้ว โดยผู้ให้บริการรับผิดชอบช่วงระหว่างท่าเรือหรือสนามบินตามขอบเขตที่ตกลงกัน

3. บริการส่งของไปเยอรมันเหมาะกับใคร?

บริการ ส่งของไปเยอรมัน สามารถใช้ได้ทั้งบุคคลทั่วไปและบริษัท เช่น

  • ผู้ที่ต้องการส่งเอกสารหรือพัสดุให้ญาติหรือคนรู้จักในเยอรมนี
  • ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าไปจำหน่ายให้ลูกค้าในเยอรมนี
  • ผู้ผลิตที่ต้องการส่งตัวอย่างสินค้าเพื่อเจรจาธุรกิจ
  • ผู้ที่เดินทางไปทำงาน เรียนต่อ หรือพักอาศัยในเยอรมนี
  • บริษัทที่ต้องการส่งอะไหล่ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ให้ลูกค้าในเยอรมนี

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวและการนำเข้าเชิงพาณิชย์มีข้อกำหนดแตกต่างกัน โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของสหภาพยุโรป

4. ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคาส่งของไปเยอรมัน

หากต้องการประเมินค่าขนส่งได้ใกล้เคียงความจริง ควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

  • ชื่อและรายละเอียดสินค้า
  • จำนวนชิ้น กล่อง หรือพาเลต
  • ขนาด กว้าง × ยาว × สูง ของแต่ละ Package
  • น้ำหนักต่อ Package และน้ำหนักรวม
  • มูลค่าสินค้า
  • HS Code หากมี
  • ที่อยู่รับสินค้าในประเทศไทย
  • ที่อยู่ปลายทางในเยอรมนี
  • เมืองหรือรหัสไปรษณีย์ปลายทาง
  • วันที่สินค้าพร้อม
  • Incoterms หากเป็นสินค้าทางการค้า
  • รูปภาพสินค้า หากจำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะสินค้า

หากแจ้งเพียงว่า “มีของจะส่งไปเยอรมัน ราคาเท่าไร” จะยังไม่สามารถคำนวณค่าขนส่งได้แม่นยำ เพราะค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ปริมาตร วิธีขนส่ง ประเภทสินค้า และสถานที่รับส่งจริง

5. เอกสารที่ใช้ในการส่งสินค้าไปเยอรมัน

เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า วิธีการขนส่ง และลักษณะการนำเข้า

สำหรับสินค้าทางการค้า เอกสารพื้นฐานที่พบบ่อย ได้แก่

Commercial Invoice

ใช้แสดงรายละเอียดผู้ขาย ผู้ซื้อ ชื่อสินค้า จำนวน มูลค่า สกุลเงิน และเงื่อนไขการซื้อขาย

Packing List

ใช้แสดงจำนวน Package น้ำหนัก ขนาด และรายละเอียดการบรรจุสินค้า

เอกสารขนส่ง

  • Bill of Lading สำหรับการขนส่งทางเรือ
  • Air Waybill สำหรับการขนส่งทางอากาศ
  • CMR สำหรับการขนส่งทางถนนในกรณีที่เกี่ยวข้อง

ตามระบบพิธีการศุลกากรของสหภาพยุโรป เอกสารเพิ่มเติมอาจรวมถึงหลักฐานถิ่นกำเนิดสินค้า ใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัย ใบรับรองพืช หรือเอกสารอื่นตามประเภทสินค้าและมาตรการที่ใช้กับ HS Code นั้น

สามารถตรวจสอบข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ที่
EU Access2Markets

6. ศุลกากร EU, VAT และ EORI ต้องรู้อะไรบ้าง?

การ ส่งของไปเยอรมัน จากประเทศไทยถือเป็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปเข้าสู่ EU ดังนั้นสินค้าจะต้องผ่านพิธีการศุลกากรและอาจมีอากรหรือภาษีนำเข้าตามประเภทสินค้า

Import VAT

การนำเข้าสินค้าเข้าสู่ EU เป็นธุรกรรมที่อยู่ภายใต้ VAT โดยฐานในการคำนวณ Import VAT อาจรวมมูลค่าศุลกากร อากร ภาษี ค่าใช้จ่าย และค่าขนส่งหรือประกันภัยบางส่วนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า “ค่าขนส่งรวมภาษีแล้ว” หากยังไม่ได้ตรวจสอบ HS Code, Customs Value, Incoterms และผู้รับผิดชอบภาษีปลายทาง

EORI Number

สำหรับการนำเข้าเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการที่ทำพิธีการศุลกากรในสหภาพยุโรปโดยทั่วไปต้องมีหมายเลข EORI หรือ Economic Operators Registration and Identification เพื่อใช้ระบุตัวตนในกระบวนการศุลกากร

ก่อนเสนอราคาแบบ Door to Door หรือ DDP จึงควรตรวจสอบสถานะของผู้นำเข้าและความพร้อมด้านพิธีการปลายทางก่อน

อัตราอากรไม่ได้เท่ากันทุกสินค้า

อัตราอากรนำเข้าขึ้นอยู่กับ HS Code, ประเทศกำเนิดสินค้า และมาตรการทางการค้าที่ใช้กับสินค้านั้น ดังนั้นไม่ควรประเมินอากรจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว

7. สินค้าประเภทไหนต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ?

ก่อน ส่งของไปเยอรมัน ควรตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะของเยอรมนีหรือสหภาพยุโรปหรือไม่

ตัวอย่างสินค้าที่ควรตรวจสอบก่อนจัดส่ง ได้แก่

  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  • พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช
  • ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  • เครื่องสำอาง
  • สารเคมี
  • แบตเตอรี่
  • สินค้า Dangerous Goods
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
  • ของเล่น
  • เครื่องจักรและสินค้าที่อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนด CE

สินค้าบางประเภทอาจต้องมี Import Licence, Certificate, Inspection หรือเอกสารเฉพาะก่อนนำเข้าสู่ EU และข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตาม HS Code และการใช้งานของสินค้า

หากเป็นสินค้าที่จะนำไปจำหน่ายในตลาดเยอรมนี ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้าน Product Safety, CE Marking, Labelling และกฎหมายเฉพาะของสินค้านั้นด้วย ไม่ควรพิจารณาเฉพาะพิธีการศุลกากรเพียงอย่างเดียว

8. ขั้นตอนการส่งของไปเยอรมัน

ขั้นตอนที่ 1: แจ้งรายละเอียดสินค้า

ส่งรายละเอียดสินค้า จำนวน ขนาด น้ำหนัก มูลค่า รูปภาพ ที่อยู่ต้นทาง และที่อยู่ปลายทางให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบ HS Code และข้อกำหนด

ตรวจสอบอัตราอากร สินค้าควบคุม ใบอนุญาต และข้อกำหนดด้านผลิตภัณฑ์ที่อาจเกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบผู้นำเข้า

สำหรับงานเชิงพาณิชย์ ควรตรวจสอบว่าผู้รับสามารถทำหน้าที่เป็น Importer of Record ได้หรือไม่ และมี EORI หรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับพิธีการนำเข้าครบถ้วนหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4: เลือกวิธีขนส่ง

เปรียบเทียบ Air Freight, LCL หรือ FCL ตามน้ำหนัก ปริมาตร ความเร่งด่วน และต้นทุนรวมของ Shipment

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบใบเสนอราคา

ควรตรวจสอบว่าใบเสนอราคารวมค่าใช้จ่ายใดบ้าง เช่น

  • ค่ารับสินค้า
  • ค่าพิธีการศุลกากรส่งออก
  • ค่าระวาง
  • ค่าธรรมเนียมต้นทาง
  • ค่าธรรมเนียมปลายทาง
  • ค่าพิธีการนำเข้า
  • ค่าขนส่งถึงผู้รับ
  • อากรนำเข้า
  • Import VAT

ขั้นตอนที่ 6: Booking และจัดส่ง

เมื่อยืนยันบริการแล้ว จึงดำเนินการ Booking รับสินค้า เตรียมเอกสาร และจัดส่งตามเที่ยวเรือหรือเที่ยวบินที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 7: พิธีการนำเข้าและส่งมอบ

เมื่อสินค้าถึงเยอรมนี ผู้นำเข้าหรือ Customs Representative จะดำเนินพิธีการศุลกากร ชำระภาษีหรืออากรที่เกี่ยวข้อง และจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า ก่อนปล่อยสินค้าและส่งต่อไปยังผู้รับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งของไปเยอรมัน

ส่งพัสดุไปเยอรมันได้ไหม?

สามารถจัดส่งได้ในหลายกรณี แต่ควรตรวจสอบชนิดสินค้า น้ำหนัก ขนาด มูลค่า และข้อกำหนดการนำเข้าก่อน โดยเฉพาะอาหาร ยา เครื่องสำอาง แบตเตอรี่ และสินค้าควบคุม

ส่งเอกสารไปเยอรมันได้ไหม?

สามารถจัดส่งเอกสารทางอากาศหรือ Courier ได้ โดยควรแจ้งประเภทเอกสารและความเร่งด่วนเพื่อเลือกรูปแบบบริการที่เหมาะสม

ส่งของไปเยอรมันแบบ Door to Door ได้ไหม?

สามารถจัดบริการได้ในหลายกรณี แต่ต้องตรวจสอบประเภทสินค้า สถานะของผู้นำเข้า และค่าใช้จ่ายที่รวมอยู่ในใบเสนอราคา โดยเฉพาะอากร Import VAT และค่าพิธีการปลายทาง

ผู้รับจำเป็นต้องมี EORI ไหม?

หากเป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์และผู้รับหรือบริษัทเป็นผู้ทำพิธีการศุลกากรใน EU โดยทั่วไปควรตรวจสอบเรื่อง EORI ก่อนจัดส่ง ส่วนการนำเข้าในนามบุคคลหรือกรณีเฉพาะอาจมีขั้นตอนต่างออกไป

ไม่มี HS Code ขอราคาได้ไหม?

สามารถส่งรายละเอียดและรูปสินค้าเพื่อประเมินค่าขนส่งเบื้องต้นได้ แต่ HS Code มีความสำคัญต่อการตรวจสอบอัตราอากร ภาษี มาตรการทางการค้า และข้อกำหนดในการนำเข้า

ใช้เวลากี่วันในการส่งของไปเยอรมัน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับวิธีขนส่ง เมืองต้นทางและปลายทาง เที่ยวเรือหรือเที่ยวบิน พิธีการศุลกากร และประเภทสินค้า จึงควรตรวจสอบ Transit Time ของ Shipment จริงก่อนยืนยัน Booking

ต้องการขอราคาส่งของไปเยอรมัน?

เพื่อให้ KTC Global Logistics ประเมินราคาและรูปแบบการขนส่งได้เหมาะสม ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  1. ชื่อและรายละเอียดสินค้า
  2. จำนวนสินค้า
  3. ขนาดสินค้า
  4. น้ำหนัก
  5. มูลค่าสินค้า
  6. ที่อยู่รับสินค้าในประเทศไทย
  7. ที่อยู่ปลายทางในเยอรมนี
  8. วันที่สินค้าพร้อม
  9. รูปภาพสินค้า
  10. HS Code หากมี

กำลังวางแผนส่งสินค้าไปเยอรมัน?

ติดต่อ KTC Global Logistics เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เอกสาร เส้นทาง และรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมก่อนยืนยัน Shipment

Post a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Copyright ©KTC GLOBAL LOGISTICS | All Right Reserved