ส่งของไปญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร พัสดุ ของใช้ส่วนตัว ตัวอย่างสินค้า อะไหล่ หรือสินค้าทางการค้า สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงค่าขนส่ง แต่ยังรวมถึงประเภทสินค้า วิธีขนส่ง เอกสาร พิธีการศุลกากร และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศญี่ปุ่น
KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปญี่ปุ่น ทั้งทางอากาศและทางเรือ รวมถึงสามารถประเมินบริการแบบ Door to Door, Door to Port และ Port to Port ตามประเภทสินค้าและเงื่อนไขของแต่ละ Shipment
การเตรียมรายละเอียดสินค้าให้ครบตั้งแต่ก่อนขอราคา จะช่วยให้เลือกรูปแบบการขนส่งได้เหมาะสม ประเมินต้นทุนได้แม่นยำขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาเมื่อสินค้าถึงประเทศญี่ปุ่น
1. ส่งของไปญี่ปุ่นมีวิธีไหนบ้าง?
การเลือกวิธี ส่งของไปญี่ปุ่น ควรพิจารณาจากชนิดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก ขนาด ความเร่งด่วน และเมืองปลายทาง
ส่งของไปญี่ปุ่นทางอากาศ
การขนส่งทางอากาศเหมาะสำหรับเอกสาร พัสดุ สินค้าตัวอย่าง อะไหล่ หรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว โดยค่าขนส่งจะพิจารณาจากน้ำหนักจริงและน้ำหนักตามปริมาตร หรือ Chargeable Weight
หากสินค้าเป็นแบตเตอรี่ ของเหลว สารเคมี หรือ Dangerous Goods ควรแจ้งรายละเอียดตั้งแต่ก่อนขอราคา เพราะอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากสายการบินและสนามบิน
ส่งของไปญี่ปุ่นทางเรือ
เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก สินค้าน้ำหนักสูง หรือสินค้าที่ไม่ได้เร่งด่วน โดยสามารถแบ่งได้เป็น
- LCL สำหรับสินค้าที่มีปริมาณไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์
- FCL สำหรับสินค้าที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์เต็มตู้ เช่น 20’GP หรือ 40’HC
การเลือก LCL หรือ FCL ควรพิจารณาจากปริมาตร น้ำหนัก ประเภทสินค้า เมืองปลายทาง และต้นทุนรวมของ Shipment ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนกล่องเพียงอย่างเดียว
2. Door to Door, Door to Port และ Port to Port ต่างกันอย่างไร?
Door to Door
ผู้ให้บริการดูแลตั้งแต่การรับสินค้าที่ต้นทางในประเทศไทยไปจนถึงการส่งถึงสถานที่ของผู้รับในญี่ปุ่น ตามขอบเขตบริการที่ตกลงกัน
ข้อควรระวัง: Door to Door ไม่ได้หมายความว่าราคารวมภาษี อากร ค่าพิธีการนำเข้า และค่าใช้จ่ายปลายทางทุกประเภทโดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใบเสนอราคารวมรายการใดแล้วบ้าง
Door to Port
ผู้ให้บริการรับสินค้าจากต้นทางในประเทศไทยและขนส่งไปยังท่าเรือหรือสนามบินปลายทางในญี่ปุ่น จากนั้นผู้รับหรือเอเย่นต์ของผู้รับเป็นผู้ดำเนินการต่อ
Port to Port
เหมาะกับบริษัทที่มี Customs Broker หรือทีมงานดูแลพิธีการต้นทางและปลายทางอยู่แล้ว โดยผู้ให้บริการรับผิดชอบช่วงระหว่างท่าเรือหรือสนามบินตามขอบเขตที่ตกลงกัน
3. บริการส่งของไปญี่ปุ่นเหมาะกับใคร?
บริการ ส่งของไปญี่ปุ่น สามารถใช้ได้ทั้งบุคคลทั่วไปและบริษัท เช่น
- ผู้ที่ต้องการส่งเอกสารหรือพัสดุให้ญาติหรือคนรู้จักในญี่ปุ่น
- ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าไปจำหน่ายให้ลูกค้าในญี่ปุ่น
- ผู้ผลิตที่ต้องการส่งตัวอย่างสินค้าเพื่อเจรจาธุรกิจ
- ผู้ที่เดินทางไปเรียนต่อ ทำงาน หรือพักอาศัยในญี่ปุ่น
- บริษัทที่ต้องการส่งอะไหล่ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ให้ลูกค้าในญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวและการนำเข้าเชิงพาณิชย์อาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน โดยเฉพาะอาหาร ยา เครื่องสำอาง พืช และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
4. ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคาส่งของไปญี่ปุ่น
หากต้องการประเมินค่าขนส่งได้ใกล้เคียงความจริง ควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
- ชื่อและรายละเอียดสินค้า
- จำนวนชิ้น กล่อง หรือพาเลต
- ขนาด กว้าง × ยาว × สูง ของแต่ละ Package
- น้ำหนักต่อ Package และน้ำหนักรวม
- มูลค่าสินค้า
- HS Code หากมี
- ที่อยู่รับสินค้าในประเทศไทย
- ที่อยู่ปลายทางในญี่ปุ่น
- เมืองหรือจังหวัดปลายทาง
- วันที่สินค้าพร้อม
- Incoterms หากเป็นสินค้าทางการค้า
- รูปภาพสินค้า หากจำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะสินค้า
หากแจ้งเพียงว่า “มีของจะส่งไปญี่ปุ่น ราคาเท่าไร” จะยังไม่สามารถคำนวณค่าขนส่งได้แม่นยำ เพราะค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ปริมาตร ประเภทสินค้า วิธีขนส่ง และสถานที่รับส่งจริง
5. เอกสารที่ใช้ในการส่งสินค้าไปญี่ปุ่น
เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า วิธีการขนส่ง และลักษณะการนำเข้า
สำหรับสินค้าทางการค้า เอกสารพื้นฐานที่พบบ่อย ได้แก่
Commercial Invoice
ใช้แสดงรายละเอียดผู้ขาย ผู้ซื้อ ชื่อสินค้า จำนวน มูลค่า สกุลเงิน และเงื่อนไขการซื้อขาย
Packing List
ใช้แสดงจำนวน Package น้ำหนัก ขนาด และรายละเอียดการบรรจุสินค้า
เอกสารขนส่ง
- Bill of Lading หรือ Sea Waybill สำหรับการขนส่งทางเรือ
- Air Waybill สำหรับการขนส่งทางอากาศ
Japan Customs ระบุว่าเอกสารประกอบพิธีการนำเข้าอาจรวมถึง Invoice, Bill of Lading หรือ Air Waybill, Packing List รวมถึงเอกสารด้านค่าระวาง ประกันภัย และใบอนุญาตเพิ่มเติมในกรณีที่สินค้าถูกควบคุมโดยกฎหมายอื่น
สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่
Japan Customs – Documents to be Submitted for Import Clearance
6. สินค้าประเภทไหนต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ?
ก่อน ส่งของไปญี่ปุ่น ควรตรวจสอบว่าสินค้าเป็นสินค้าทั่วไป สินค้าควบคุม หรือสินค้าที่ต้องได้รับอนุญาตหรือผ่านการตรวจเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างสินค้าที่ควรตรวจสอบก่อนจัดส่ง ได้แก่
- อาหารและเครื่องดื่ม
- เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- พืช เมล็ดพันธุ์ ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากพืช
- ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- เครื่องสำอาง
- อุปกรณ์การแพทย์บางประเภท
- สารเคมี
- แบตเตอรี่และสินค้า Dangerous Goods
ส่งอาหารไปญี่ปุ่นได้ไหม?
อาหารบางประเภทสามารถนำเข้าได้ แต่ข้อกำหนดแตกต่างกันตามชนิดอาหาร วัตถุประสงค์ในการนำเข้า ส่วนประกอบ และแหล่งผลิต
หากนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายหรือใช้ในเชิงธุรกิจ กฎหมาย Food Sanitation Act ของญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้นำเข้ายื่น Import Notification ต่อด่านกักกันของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นก่อนจำหน่ายหรือใช้ในธุรกิจ
สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่
Ministry of Health, Labour and Welfare – Import Procedure under Food Sanitation Act
ส่งพืชหรือสินค้าเกษตรไปญี่ปุ่นได้ไหม?
พืช ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ และผลิตภัณฑ์จากพืชบางประเภทอยู่ภายใต้การควบคุมด้าน Plant Quarantine และบางชนิดอาจถูกห้ามนำเข้าหรือต้องมี Phytosanitary Certificate และผ่านการตรวจตามเงื่อนไขที่กำหนด
สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries – Plant Quarantine
ส่งยาและเครื่องสำอางไปญี่ปุ่นได้ไหม?
ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพมีข้อกำหนดต่างกันตามชนิดสินค้า ปริมาณ และวัตถุประสงค์ในการนำเข้า
สำหรับการนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัว ญี่ปุ่นกำหนดปริมาณที่สามารถนำเข้าได้โดยไม่ต้องยื่น Import Confirmation สำหรับสินค้าบางประเภท แต่การนำเข้าเพื่อจำหน่ายหรือทำธุรกิจอาจต้องได้รับอนุญาตหรือการรับรองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นไม่ควรส่งยา เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพไปญี่ปุ่นโดยอาศัยเพียงชื่อสินค้าหรือจำนวนชิ้น ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนจัดส่ง
7. ขั้นตอนการส่งของไปญี่ปุ่น
ขั้นตอนที่ 1: แจ้งรายละเอียดสินค้า
ส่งรายละเอียดสินค้า จำนวน ขนาด น้ำหนัก มูลค่า รูปภาพ ที่อยู่ต้นทาง และที่อยู่ปลายทางให้ครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบ HS Code และข้อกำหนด
ตรวจสอบว่าสินค้าเป็นสินค้าทั่วไป สินค้าควบคุม หรือจำเป็นต้องมี Permit, Certificate, Import Notification หรือเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่
ขั้นตอนที่ 3: เลือกวิธีขนส่ง
เปรียบเทียบ Air Freight, LCL หรือ FCL ตามน้ำหนัก ปริมาตร ความเร่งด่วน และต้นทุนรวมของ Shipment
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบใบเสนอราคา
ควรตรวจสอบว่าใบเสนอราคารวมค่าใช้จ่ายใดบ้าง เช่น
- ค่ารับสินค้า
- ค่าพิธีการศุลกากรส่งออก
- ค่าระวาง
- ค่าธรรมเนียมต้นทาง
- ค่าธรรมเนียมปลายทาง
- ค่าพิธีการนำเข้า
- ค่าขนส่งถึงผู้รับ
- ภาษีและอากร หากมี
ขั้นตอนที่ 5: Booking และจัดส่ง
เมื่อยืนยันบริการแล้ว จึงดำเนินการ Booking รับสินค้า เตรียมเอกสาร และจัดส่งตามเที่ยวเรือหรือเที่ยวบินที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 6: พิธีการนำเข้าที่ญี่ปุ่น
เมื่อสินค้าถึงญี่ปุ่น ผู้นำเข้าหรือ Customs Broker จะดำเนินการ Import Declaration ต่อ Japan Customs และจัดเตรียมเอกสารหรือใบอนุญาตเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
Japan Customs ระบุว่าผู้นำเข้าต้องยื่น Import Declaration และได้รับ Import Permit หลังผ่านการตรวจสอบและชำระอากรหรือภาษีที่เกี่ยวข้อง ก่อนสินค้าจะถูกปล่อยเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น
ขั้นตอนที่ 7: ส่งมอบสินค้า
หลังสินค้าผ่านพิธีการศุลกากรและการตรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงดำเนินการส่งต่อไปยังผู้รับตามขอบเขตบริการที่ตกลงกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งของไปญี่ปุ่น
ส่งพัสดุไปญี่ปุ่นได้ไหม?
สามารถจัดส่งได้ในหลายกรณี แต่ควรตรวจสอบชนิดสินค้า น้ำหนัก ขนาด มูลค่า และข้อกำหนดการนำเข้าก่อน โดยเฉพาะอาหาร ยา เครื่องสำอาง พืช และสินค้าที่มีแบตเตอรี่
ส่งเอกสารไปญี่ปุ่นได้ไหม?
สามารถจัดส่งเอกสารทางอากาศหรือ Courier ได้ โดยควรแจ้งประเภทเอกสารและความเร่งด่วนเพื่อเลือกรูปแบบบริการที่เหมาะสม
ส่งอาหารไปญี่ปุ่นได้ไหม?
อาหารบางประเภทสามารถนำเข้าได้ แต่หากเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายหรือใช้ในธุรกิจ จะมีขั้นตอน Import Notification ภายใต้ Food Sanitation Act และสินค้าบางชนิดอาจต้องมีเอกสารหรือการตรวจเพิ่มเติม
ส่งของไปญี่ปุ่นแบบ Door to Door ได้ไหม?
สามารถจัดบริการได้ในหลายกรณี แต่ต้องตรวจสอบประเภทสินค้า ที่อยู่ปลายทาง และค่าใช้จ่ายที่รวมอยู่ในใบเสนอราคา รวมถึงภาษี อากร และค่าพิธีการนำเข้าที่อาจเกิดขึ้น
ไม่มี HS Code ขอราคาได้ไหม?
สามารถส่งรายละเอียดและรูปสินค้าเพื่อประเมินค่าขนส่งเบื้องต้นได้ แต่สำหรับสินค้าทางการค้า HS Code มีความสำคัญต่อการตรวจสอบภาษี อากร และข้อกำหนดในการนำเข้า
ใช้เวลากี่วันในการส่งของไปญี่ปุ่น?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับวิธีขนส่ง เมืองต้นทางและปลายทาง เที่ยวเรือหรือเที่ยวบิน พิธีการศุลกากร และประเภทสินค้า จึงควรตรวจสอบ Transit Time ของ Shipment จริงก่อนยืนยัน Booking
ต้องการขอราคาส่งของไปญี่ปุ่น?
เพื่อให้ KTC Global Logistics ประเมินราคาและรูปแบบการขนส่งได้เหมาะสม ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
- ชื่อและรายละเอียดสินค้า
- จำนวนสินค้า
- ขนาดสินค้า
- น้ำหนัก
- มูลค่าสินค้า
- ที่อยู่รับสินค้าในประเทศไทย
- ที่อยู่ปลายทางในญี่ปุ่น
- วันที่สินค้าพร้อม
- รูปภาพสินค้า
- HS Code หากมี
กำลังวางแผนส่งสินค้าไปญี่ปุ่น?
ติดต่อ KTC Global Logistics เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เอกสาร เส้นทาง และรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมก่อนยืนยัน Shipment






2 Comments
winzoappforpc
กันยายน 17, 2026Wanting to play Winzo on my PC! See if there’s an app or emulator situation here. Much easier than using a phone all the time. Let’s check it out! winzoappforpc
cvc666login
ตุลาคม 11, 2026I have tried dozens of gaming sites and this one stands out for its consistent uptime. The VIP program rewards loyal members without any hidden traps. Everything from the payment gateways to the game filters works exactly as advertised. I trust this platform for all my leisure time. cvc666login