KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Follow us:

ส่งสินค้าไปอเมริกา จากประเทศไทยกับ KTC Global Logistics
  • กันยายน 7, 2026
  • 2 Mins

ส่งสินค้าไปอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นพัสดุ ของใช้ส่วนตัว ตัวอย่างสินค้า อะไหล่ หรือสินค้าทางการค้า ต้องพิจารณามากกว่าค่าขนส่ง เพราะสหรัฐอเมริกามีทั้งพิธีการของ U.S. Customs and Border Protection (CBP) และข้อกำหนดจากหน่วยงานอื่นตามประเภทสินค้า เช่น FDA และ USDA

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ทั้งทางอากาศและทางเรือ รวมถึงสามารถประเมินบริการแบบ Door to Door, Door to Port และ Port to Port ตามประเภทสินค้า ปลายทาง และเงื่อนไขของแต่ละ Shipment

การเตรียมรายละเอียดสินค้า ผู้นำเข้า และเอกสารให้ครบตั้งแต่ก่อน Booking จะช่วยให้ประเมินเส้นทาง ค่าใช้จ่าย และข้อกำหนดนำเข้าได้แม่นยำขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาเมื่อสินค้าถึงสหรัฐอเมริกา

1. ส่งสินค้าไปอเมริกามีวิธีไหนบ้าง?

การเลือกวิธี ส่งสินค้าไปอเมริกา ควรพิจารณาจากชนิดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก ขนาด ความเร่งด่วน และเมืองปลายทาง เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีพื้นที่กว้างและค่าขนส่งภายในประเทศอาจแตกต่างกันมากตามรัฐและ ZIP Code

ส่งสินค้าไปอเมริกาทางอากาศ

Air Freight เหมาะกับสินค้าตัวอย่าง อะไหล่ พัสดุ หรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว โดยค่าขนส่งพิจารณาจากน้ำหนักจริงและน้ำหนักตามปริมาตร หรือ Chargeable Weight

หากสินค้าเป็นแบตเตอรี่ ของเหลว สารเคมี หรือ Dangerous Goods ควรแจ้งรายละเอียดตั้งแต่ก่อนขอราคา เพราะอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากสายการบิน

ส่งสินค้าไปอเมริกาทางเรือ

Sea Freight เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก สินค้าน้ำหนักสูง หรือ Shipment ที่ไม่ได้เร่งด่วน โดยแบ่งได้เป็น

  • LCL สำหรับสินค้าที่มีปริมาณไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์
  • FCL สำหรับสินค้าที่ใช้ตู้เต็มตู้ เช่น 20’GP หรือ 40’HC

การเลือกท่าเรือควรพิจารณาร่วมกับปลายทางจริง เช่น ฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออก หรือพื้นที่ Inland เพราะค่าขนส่งจาก Port ไปถึงผู้รับอาจมีผลต่อต้นทุนรวมอย่างมาก

2. Door to Door, Door to Port และ Port to Port ต่างกันอย่างไร?

Door to Door

ผู้ให้บริการดูแลตั้งแต่การรับสินค้าที่ประเทศไทยไปจนถึงสถานที่ของผู้รับในสหรัฐอเมริกา ตามขอบเขตที่ระบุในใบเสนอราคา

ข้อควรระวัง: Door to Door ไม่ได้หมายความว่าราคารวม Import Duty, Customs Brokerage, Customs Bond, ค่า Exam, Storage หรือค่าใช้จ่ายปลายทางทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

หากต้องการบริการในลักษณะ DDP ควรตรวจสอบก่อนว่าใครจะเป็น Importer of Record และใครรับผิดชอบภาษี อากร และพิธีการนำเข้า

Door to Port

ผู้ให้บริการรับสินค้าจากต้นทางและขนส่งไปยังท่าเรือหรือสนามบินในสหรัฐฯ จากนั้นผู้นำเข้าหรือเอเย่นต์ของผู้รับดำเนินการต่อ

Port to Port

เหมาะกับบริษัทที่มี Customs Broker หรือระบบโลจิสติกส์ในสหรัฐฯ อยู่แล้ว โดยผู้ให้บริการรับผิดชอบการขนส่งระหว่างท่าเรือหรือสนามบินตามที่ตกลงกัน

3. ข้อมูลอะไรต้องเตรียมก่อนขอราคาส่งสินค้าไปอเมริกา?

การแจ้งเพียงว่า “มีของจะส่งไปอเมริกา ราคาเท่าไร” ยังไม่เพียงพอสำหรับการเสนอราคาที่นำไปใช้งานจริง

ควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

  • ชื่อและรายละเอียดสินค้า
  • จำนวนชิ้น กล่อง หรือพาเลต
  • ขนาด กว้าง × ยาว × สูง ของแต่ละ Package
  • น้ำหนักต่อ Package และน้ำหนักรวม
  • มูลค่าสินค้า
  • HS หรือ HTS Code หากมี
  • ประเทศกำเนิดสินค้า
  • ชื่อผู้ผลิต หากเกี่ยวข้อง
  • ที่อยู่รับสินค้าในประเทศไทย
  • ที่อยู่ปลายทางในสหรัฐอเมริกา
  • เมือง รัฐ และ ZIP Code
  • วันที่สินค้าพร้อม
  • Incoterms เช่น EXW, FOB, CIF, DAP หรือ DDP
  • รูปภาพสินค้า หากจำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะสินค้า

โดยเฉพาะงาน Door to Door การมี ZIP Code ปลายทางมีความสำคัญ เพราะสหรัฐฯ มีพื้นที่กว้างและค่าขนส่งภายในประเทศแตกต่างกันตามพื้นที่

4. เอกสารที่ใช้ในการส่งสินค้าไปอเมริกา

เอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันตามประเภทสินค้า วิธีการขนส่ง มูลค่า และข้อกำหนดของหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้า

Commercial Invoice

ควรแสดงรายละเอียดผู้ขาย ผู้ซื้อ รายละเอียดสินค้า จำนวน ราคา สกุลเงิน ประเทศกำเนิด และเงื่อนไขการซื้อขายอย่างชัดเจน

Packing List

ใช้แสดงจำนวน Package น้ำหนัก ขนาด และรายละเอียดการบรรจุสินค้า

เอกสารขนส่ง

  • Bill of Lading สำหรับการขนส่งทางเรือ
  • Air Waybill สำหรับการขนส่งทางอากาศ

สินค้าบางประเภทอาจต้องมี Permit, Registration, Certificate หรือเอกสารจากหน่วยงาน เช่น FDA หรือ USDA เพิ่มเติม ดังนั้นไม่ควรใช้รายการเอกสารชุดเดียวกับสินค้าทุกประเภท

5. Importer of Record และ CBP สำคัญอย่างไร?

สำหรับการ ส่งสินค้าไปอเมริกา เชิงพาณิชย์ สิ่งที่ควรตรวจสอบตั้งแต่ก่อนส่งคือใครจะทำหน้าที่เป็น Importer of Record หรือ IOR

Importer of Record มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องของข้อมูล Customs Entry การจำแนกสินค้า มูลค่าศุลกากร และอากรหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง แม้จะว่าจ้าง Licensed Customs Broker ดำเนินพิธีการแทนก็ตาม

ดังนั้นก่อนเสนอ Door to Door หรือ DDP ควรตรวจสอบว่าผู้รับมีความพร้อมในการนำเข้าสินค้าหรือมี Customs Broker ที่สามารถดำเนินการได้หรือไม่

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก
U.S. Customs and Border Protection – Tips for New Importers and Exporters

HS Code กับ HTS Code ต่างกันอย่างไร?

HS Code เป็นระบบจำแนกสินค้าสากลในระดับพื้นฐาน ขณะที่สหรัฐอเมริกาใช้ Harmonized Tariff Schedule of the United States หรือ HTSUS สำหรับกำหนดรายละเอียดสินค้าและอัตราอากรที่ใช้ในสหรัฐฯ

หากเป็นการประเมิน Import Duty หรือ DDP จึงควรตรวจสอบ HTS Classification ให้เหมาะสมกับสินค้า ไม่ควรเลือก Code จากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว

อย่าใช้กฎ USD 800 แบบเดิม

ข้อมูลเดิมที่มักกล่าวว่า “สินค้ามูลค่าไม่เกิน USD 800 ไม่เสียภาษี” ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้อสรุปกับ Shipment ปัจจุบัน เพราะสหรัฐฯ ได้ระงับการใช้ duty-free de minimis treatment สำหรับสินค้านำเข้าที่อยู่ภายใต้กฎดังกล่าวจากทุกประเทศตั้งแต่ปี 2025

ดังนั้นควรตรวจสอบ Duty, Tax, Fee และ Entry Requirement จาก Shipment จริงก่อนเสนอราคาหรือแจ้งลูกค้า

6. ส่งทางเรือต้องรู้จัก ISF 10+2

หาก ส่งสินค้าไปอเมริกา ทางเรือ ผู้ส่งและผู้นำเข้าควรเตรียมข้อมูลสำหรับ Importer Security Filing หรือ ISF ซึ่งมักเรียกว่า “10+2”

ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • Seller
  • Buyer
  • Importer of Record Number
  • Consignee
  • Manufacturer หรือ Supplier
  • Ship to Party
  • Country of Origin
  • HTSUS Number
  • Container Stuffing Location
  • Consolidator

ISF สำหรับสินค้านำเข้าทางเรือต้องดำเนินการตามกรอบเวลาที่ CBP กำหนดก่อนสินค้าถูกโหลดขึ้นเรือที่มุ่งหน้าไปสหรัฐอเมริกา

การให้ข้อมูลล่าช้า ไม่ครบ หรือไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ค่าปรับ การตรวจเพิ่ม หรือความล่าช้าในการนำเข้า

7. อาหาร พืช และสินค้าควบคุมต้องตรวจอะไร?

ก่อนส่งควรตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานอื่นนอกเหนือจาก CBP หรือไม่

ตัวอย่างสินค้าที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่

  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  • เครื่องสำอาง
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์
  • พืชและเมล็ดพันธุ์
  • ผลไม้และสินค้าเกษตร
  • ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  • ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
  • สารเคมี
  • แบตเตอรี่และ Dangerous Goods

ส่งอาหารไปอเมริกาได้ไหม?

อาหารบางประเภทสามารถนำเข้าได้ แต่การนำเข้าอาหารต้องตรวจสอบข้อกำหนดของ U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA

โรงงานที่ผลิต แปรรูป บรรจุ หรือจัดเก็บอาหารสำหรับบริโภคในสหรัฐฯ อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนด Food Facility Registration และ Shipment อาหารนำเข้าต้องตรวจสอบเรื่อง Prior Notice ก่อนสินค้าถึงสหรัฐฯ

อาหารที่นำเข้ายังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และฉลากของสหรัฐฯ

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
U.S. FDA – Importing Food Products into the United States

ส่งพืชหรือสินค้าเกษตรไปอเมริกาได้ไหม?

พืช เมล็ดพันธุ์ ผลไม้ ผัก ดิน และผลิตภัณฑ์จากไม้บางประเภทอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ USDA Animal and Plant Health Inspection Service หรือ APHIS

ข้อกำหนดแตกต่างกันตามชนิดสินค้าและประเทศกำเนิด บางประเภทอาจต้องมี Import Permit, Phytosanitary Certificate, Treatment หรือผ่านการตรวจที่สหรัฐฯ

สามารถตรวจสอบข้อกำหนดได้ที่
USDA APHIS – How to Import Plants and Plant Products

8. ขั้นตอนการส่งสินค้าไปอเมริกา

ขั้นตอนที่ 1: แจ้งรายละเอียดสินค้า

ส่งรายละเอียดสินค้า จำนวน ขนาด น้ำหนัก มูลค่า รูปภาพ ประเทศกำเนิด และข้อมูลต้นทางกับปลายทางให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบ HTS Code และข้อกำหนด

ตรวจสอบ Classification, Import Duty และข้อกำหนดของ CBP, FDA, USDA หรือหน่วยงานอื่นตามประเภทสินค้า

ขั้นตอนที่ 3: ยืนยัน Importer of Record

สำหรับการนำเข้าเชิงพาณิชย์ควรยืนยันว่าใครจะเป็น Importer of Record และใครจะดำเนิน Customs Entry ก่อนจัดส่ง

ขั้นตอนที่ 4: เลือกวิธีขนส่ง

เปรียบเทียบ Air Freight, LCL หรือ FCL ตามปริมาณ ความเร่งด่วน และที่อยู่ปลายทาง

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบค่าใช้จ่าย

ควรตรวจสอบว่าใบเสนอราคารวมรายการใดบ้าง เช่น

  • ค่ารับสินค้า
  • ค่าพิธีการศุลกากรส่งออก
  • ค่าระวาง
  • ค่าธรรมเนียมต้นทาง
  • ค่าธรรมเนียมปลายทาง
  • Customs Brokerage
  • Customs Bond หากเกี่ยวข้อง
  • Import Duty, Tax และ Fee
  • ค่าขนส่งถึงผู้รับ
  • ค่า Exam หรือ Storage หากเกิดขึ้น

ขั้นตอนที่ 6: Booking และจัดเตรียมข้อมูลก่อนส่ง

เมื่อยืนยันบริการแล้ว จึงดำเนินการ Booking รับสินค้า และจัดเตรียมเอกสาร หากเป็น Ocean Freight ต้องตรวจสอบข้อมูล ISF ให้พร้อมตามกรอบเวลาที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 7: Customs Clearance

เมื่อสินค้าถึงสหรัฐอเมริกา Importer of Record หรือ Customs Broker จะดำเนิน Customs Entry รวมถึงประสานกับหน่วยงานอื่นหากสินค้าอยู่ภายใต้การควบคุมเฉพาะ

Shipment อาจถูกเลือกตรวจได้ และหากเกิด Exam อาจมีค่าใช้จ่ายหรือระยะเวลาเพิ่มเติมที่ไม่สามารถกำหนดล่วงหน้าได้ตายตัว

ขั้นตอนที่ 8: ส่งมอบสินค้า

หลังสินค้าผ่าน Customs และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงดำเนินการส่งต่อไปยังผู้รับตามขอบเขตบริการที่ตกลงกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งสินค้าไปอเมริกา

ส่งพัสดุไปอเมริกาได้ไหม?

สามารถจัดส่งได้ในหลายกรณี แต่ควรตรวจสอบชนิดสินค้า น้ำหนัก ขนาด มูลค่า ประเทศกำเนิด และข้อกำหนดการนำเข้าก่อน

ส่งเอกสารไปอเมริกาได้ไหม?

สามารถจัดส่งเอกสารทางอากาศหรือ Courier ได้ โดยควรแจ้งประเภทเอกสารและความเร่งด่วนเพื่อเลือกรูปแบบบริการที่เหมาะสม

ส่งอาหารไปอเมริกาได้ไหม?

อาหารบางประเภทสามารถนำเข้าได้ แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของ FDA เช่น Food Facility Registration และ Prior Notice รวมถึงข้อกำหนดอื่นตามประเภทอาหาร

ส่งสินค้าไปอเมริกาแบบ Door to Door ได้ไหม?

สามารถจัดบริการได้ในหลายกรณี แต่ต้องตรวจสอบสินค้า Importer of Record และขอบเขตค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน โดยเฉพาะ Duty, Customs Brokerage, Bond และค่าใช้จ่ายปลายทาง

ไม่มี HTS Code ขอราคาได้ไหม?

สามารถส่งรายละเอียดและรูปสินค้าเพื่อประเมินค่าขนส่งเบื้องต้นได้ แต่ HTS Code มีความสำคัญต่อการตรวจสอบ Import Duty และข้อกำหนดในการนำเข้า

สินค้ามูลค่าต่ำกว่า USD 800 ไม่เสียภาษีใช่ไหม?

ไม่ควรใช้กฎ USD 800 แบบเดิมในการวางแผน Shipment ปัจจุบัน เพราะสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิ de minimis แล้ว ควรตรวจสอบ Duty, Tax, Fee และ Entry Requirement ตาม Shipment จริงก่อนจัดส่ง

ส่งสินค้าไปอเมริกาใช้เวลากี่วัน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับ Air หรือ Sea Freight, Route, Schedule, เมืองปลายทาง, Customs Clearance และการตรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบ Transit Time ของ Shipment จริงก่อนยืนยัน Booking

ต้องการขอราคาส่งสินค้าไปอเมริกา?

เพื่อให้ KTC Global Logistics ประเมินราคาและรูปแบบการขนส่งได้เหมาะสม ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  1. ชื่อและรายละเอียดสินค้า
  2. จำนวนสินค้า
  3. ขนาดสินค้า
  4. น้ำหนัก
  5. มูลค่าสินค้า
  6. ประเทศกำเนิดสินค้า
  7. ที่อยู่รับสินค้าในประเทศไทย
  8. ที่อยู่ปลายทางในสหรัฐอเมริกา
  9. เมือง รัฐ และ ZIP Code
  10. วันที่สินค้าพร้อม
  11. รูปภาพสินค้า
  12. HTS/HS Code หากมี

กำลังวางแผนส่งสินค้าไปอเมริกา?

ติดต่อ KTC Global Logistics เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เอกสาร เส้นทาง และรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมก่อนยืนยัน Shipment

Post a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า? ให้เราช่วยประเมินการขนส่ง

KTC Global Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและบริการโลจิสติกส์ พร้อมดูแลและประสานงานการขนส่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา

Copyright ©KTC GLOBAL LOGISTICS | All Right Reserved